นพ.ยง เตือนสติ อย่าตื่นตระหนกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ติดในหมู ยังไม่แพร่ระบาดในคน เป็นเพียงการศึกษาในจีน ย้ำการพัฒนาวัคซีนทำได้ง่าย
จากกรณี กระแสข่าวนักวิจัยในจีนค้นพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในสุกร ที่อาจพัฒนาไปเป็นโรคระบาดใหญ่ในคนได้ โดยไวรัสดังกล่าว มีวิวัฒนาการมาจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เกิดการระบาดขึ้นเมื่อปี 2009 ตามที่มีการเสนอข่าวกันอย่างแพร่หลายในขณะนี้นั้น
ล่าสุดวันนี้ (1 ก.ค.63) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หรือ หมอยง หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กข้อความระบุว่า
“ไข้หวัดใหญ่หมู สายพันธุ์ใหม่ที่เป็นข่าว “G4EAH1N1” เป็นข่าวที่ตื่นตระหนก ในความจริงที่ยังไม่เกิด
ขออธิบายให้เข้าใจเป็นสเต็ปอาจจะเข้าใจยากเสียหน่อย หมูเป็นสัตว์ที่พบไข้หวัดใหญ่อยู่แล้ว และมักจะไม่มีอาการ หมูจะเป็นตัวกลางที่ผสมให้เกิดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่และเข้าสู่มนุษย์ได้ เมื่อเข้าสู่มนุษย์ ถ้าเป็นสายพันธุ์ใหม่ ทุกคนยังไม่เคยเป็นไม่มีภูมิต้านทานก็จะระบาดใหญ่ทั่วโลกได้ ไข้หวัดใหญ่ G4EAH1N1 เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่พบในหมูประเทศจีน
ชิ้นส่วนพันธุกรรมของไข้หวัดใหญ่จะมีทั้งหมด 8 ชิ้น จึงมีการแลกเปลี่ยนกันได้ G4 คือ genotype ที่ 4 EA คือ Eurasian avian และ H1N1 จึงเรียกเป็น G4EAH1N1 เป็นการผสมผสานของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในหมูในนกและในคน เข้าเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ คล้ายกับครั้งหนึ่งที่เคยมีจุดเริ่มต้นที่เม็กซิโก แล้วระบาดใหญ่ทั่วโลกเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่เกิด เป็นเพียงการศึกษาไข้หวัดใหญ่ในหมู ในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2018
ไข้หวัดใหญ่ในหมูมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา จากเดิมในอดีตไข้หวัดใหญ่ในหมูจะเป็นสายพันธุ์เดิม classical swine ต่อมามีการผสมผสานเอาชิ้นส่วนของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Euratian avian-like ซึ่งพบได้ตั้งแต่ก่อน 2010 เป็นสายพันธุ์ G1 หลังเกิดการระบาดด้วยไข้หวัดใหญ่ ทั่วโลก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 2009 ชิ้นส่วนพันธุกรรมของ H1N1 2009 จึงเข้าไปผสมเป็นไส้ในของไข้หวัดหมู จึงเรียกสายพันธุ์นี้ว่า G2
ส่วน G4 มีการสอดแทรกสายพันธุ์อีก 1 ชิ้น triple-reassortant และพบมากขึ้นในช่วงระยะหลัง สายพันธุ์นี้จึงแตกต่างจาก G1 และ G2 ส่วน G 3, 5 และ 6 จะไม่ขอกล่าวในที่นี้ ทางการจีนทำการศึกษาพบว่า “สายพันธุ์ลูกผสม G4 + EA (Eurasian avian-like) + Triple reassortant คือการผสมชิ้นส่วน 3 สายพันธุ์ G4EAH1N1 ภูมิต้านทานที่เกิดจากการฉีดวัคซีนในปัจจุบัน ไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์ที่พบนี้ได้” การทดลองในสัตว์ พบการติดต่อได้ง่ายผ่านละอองฝอย และการสัมผัสโดยตรง สัตว์ทดลองมีอาการค่อนข้างรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น และศึกษาในเซลล์เพาะเลี้ยง ไวรัสตัวนี้เข้าติดเชื้อได้ง่ายในเซลล์เยื่อบุ
โดยสรุปก็คือว่า G4EAH1N1 สายพันธุ์นี้พบในหมูที่ประเทศจีน ในระยะหลังจนถึงปี 2018 และจากการทดลองภูมิต้านทานที่ฉีดวัคซีนประจำฤดูกาลในคน ไม่สามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์นี้ได้ และไวรัสสายพันธุ์นี้ยังก่อโรคในสัตว์ทดลอง มีอาการมากกว่าสายพันธุ์อื่นและสามารถติดต่อได้ทั้งสัมผัสโดยตรงและทางฝอยละออง
เหตุการณ์ทั้งหมดยังอยู่ในหมู ยังไม่เคยพบติดในคน และยังไม่มีการแพร่ระบาดในคนแต่อย่างใด เป็นการทดลองและมีสมมติฐานด้วยเหตุผลดังกล่าวในสัตว์ทดลอง ถึงจะพบในคน การพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก็สามารถทำได้ง่าย เป็นเพียงเปลี่ยนสายพันธุ์ให้ตรงกับสายพันธุ์ที่มีการระบาด
ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงทางการจีนเสนอผลงานทางวิชาการในวารสารที่มีชื่อเสียง PNAS และเป็นงานวิจัยที่ทำมายาวนาน และศึกษาแบบลึกซึ้ง เราอยากเห็นงานวิจัยแบบนี้ในบ้านเรา แต่ต้องเป็นการลงทุนที่เป็นจำนวนมาก และหวังว่าคงจะไม่ถูกถามว่าทำวิจัยแบบนี้แล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นไหม เพราะเป็นงานวิจัยพื้นฐานผมเคยถูกถามมาแล้วว่าทำแล้วขายได้หรือเปล่า

ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวโซเชียลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยผู้คนส่วนใหญ่ต่างโล่งใจและขอบคุณ หมอยง ที่ช่วยให้ความกระจ่าง จนคลายความตื่นตระหนกตกใจได้เป็นอย่างมาก
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
