กรมบังคับคดีเคลียร์ดราม่า ปมสาวขาดส่งมือถือถูกยึดที่ 4 ไร่ ราคา 1.6 ล้าน

กรมบังคับคดีเคลียร์ดราม่า ปมสาวขาดส่งมือถือถูกยึดที่ 4 ไร่ ราคา 1.6 ล้าน

เคลียร์ดราม่า!! กรมบังคับคดีชี้แจง ปมยึดที่ดินสาวขาดส่งมือถือขายทอดตลาด ระบุ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ชี้ จำเลยและผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ได้แย้ง ประสงค์ขอซื้อทรัพย์คืนจากผู้ซื้อเท่านั้น

ถือเป็นอีกหนึ่งดราม่าในสังคมไทยที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก กับกรณีนางสุรีพร ศรีทอง ชาว อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก อายุ 38 ปี ซื้อมือถือยี่ห้อหนึ่ง ในราคาประมาณ 35,428 บาท ด้วยระบบเงินผ่อน โดยวางเงินดาวน์ 8,500 บาท แต่ผ่อนชำระได้เพียง 2 งวด เป็นเงิน 2,496 บาท ขาดส่งเงิน 16 งวด สุดท้ายถูกร้านมือถือฟ้องร้อง มีการสืบทรัพย์และยึดที่ โดยกรมบังคับคดีนำไปขายทอดตลาดให้บุคคลที่ 3 ในราคา 4 แสนบาท จำนวน 4 ไร่ เป็นเงิน 1.6 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ นายก อบต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม ได้ช่วยไกล่เกลี่ยเจรจากับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินรายใหม่เพื่อขอซื้อคืนในราคาที่ควรจะเป็น แต่ไม่สำเร็จ จนต้องพากันเข้าร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกช่วยเหลือ

ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจ “กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม” ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า

“ตามที่มีข่าวเรื่องถูกยึดที่ดินขายทอดตลาดจากหนี้ซื้อโทรศัพท์มือถือ กล่าวถึงนาสุรีพร ศรีทอง ได้ซื้อโทรศัพท์มือถือในปี 2559 แต่ไม่ได้ผ่อนชำระตามกำหนด เป็นเหตุให้ร้านมือถือฟ้องร้องบังคับคดี และได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นที่ดินมรดกของครอบครัวออกขายทอดตลาดชำระหนี้ จึงต้องการซื้อทรัพย์ดังกล่าวคืนจากผู้ซื้อในราคาที่เป็นธรรม

กรณีดังกล่าวอยู่ในการดำเนินการของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก โดยโจทก์ได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยและผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมในอำเภอพรหม จ.พิษณุโลก ออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามหมายบังคับคดี ซึ่งปัจจุบันผู้ซื้อได้ชำระราคาค่าซื้อครบถ้วน และรับหนังสือโอนกรรมสิทธิ์ไปจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วในการบังคับคดีดังกล่าว

เจ้าพนักงานบังคับคดี ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และได้แจ้งให้จำเลยและผู้ถือกรรมสิทธิ์ทราบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การยึดทรัพย์จนถึงการขายทอดตลาด ซึ่งจำเลยและผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ได้แย้ง การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีแต่อย่างใด เพียงแต่จำเลย และผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมมือความประสงค์ที่จะขอซื้อทรัพย์ดังกล่าวคืนจากผู้ซื้อเท่านั้น

ทั้งนี้ ในการแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น กรมบังคับคดีพร้อมที่จะช่วยเหลือในการนัดหมายผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป”

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

รวมฮิตความแรง “เอ๋ ปารีณา” ส.ส.ปากกล้า “ท้าชน” อดีตนางสาวไทย

รัฐบาลไทยรับเรื่องแล้ว “วันเฉลิม” หายตัว ประสานกัมพูชาขอข้อมูล

Developed by sarunyacrop