ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีของการมาตรการผ่อนปรนภายหลังจากการแพร่ะระบาดของโควิด-19 ทุเลาลง และสถานที่ต่างๆสามารถเข้าไปใช้บริการได้แล้ว โดยระบุว่า
“โควิด 19 การผ่อนปรน แบบสมดุล
เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า เราไม่สามารถที่จะกวาดล้างโรค โควิด 19 ให้หมดไปจากโลกเรานี้
ประเทศไทยมีมาตรการค่อนข้างดี ที่สามารถยับยั้งการระบาดของโรค ไม่ให้มากเกิน ไปจนเกิดความสูญเสียแก่ชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ของเราทำได้ดีกว่ามาก
ขณะเดียวกัน ผลกระทบอีกด้านหนึ่ง ทางด้านเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก
จึงจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการผ่อนปรน ให้อยู่ด้วยกันได้
และโรค โควิด 19 อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ระบบสาธารณสุขรองรับได้
การผ่อนปรนจะต้องเริ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเช่น
สวนสาธารณะ ถ้ามีการเปิด จะให้เข้าไปเดินได้ แต่จะไม่มีการร่วมวงสนทนา ปูเสื่อพักผ่อน ในกรณีสวนนั้นมีคนมากทุกคนควรใส่หน้ากากอนามัย เพื่อเข้าไปเดินพักผ่อน
การวิ่งอาจจะยังมีข้อจำกัด
ร้านอาหาร จะต้องมีมาตรการเข้มงวด ถ้าร้านอาหารในที่โล่งแจ้ง เช่นใต้ต้นไม้ในชนบท หรือสถานที่กว้าง ก็คงไม่เป็นไรในเรื่องสถานที่ จะทำให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ
ร้านอาหารในห้องแอร์ หรือที่คับแคบ จะต้องมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด กำหนดระยะห่าง กำหนดการทำความสะอาด การปฏิสัมพันธ์จะต้องทำอย่างไร ที่ชัดเจน
ร้านตัดผม ก็คงจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ สัมผัสกันให้น้อยที่สุด ทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ จะต้องใส่หน้ากากอนามัย ลดการสนทนา และจะต้องมีผู้รอให้น้อยที่สุด คงจะต้องดูถึงระบบถ่ายเทของอากาศ
ห้างสรรพสินค้าต่างๆ จะต้องสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมา ที่เกี่ยวกับ ระยะห่างของบุคคล social distancing
ในที่สุดในอนาคต ถ้าจะมีการเปิดโรงเรียน เป็นเรื่องใหญ่มาก
โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนมากและแต่ละห้องเรียนที่มีนักเรียนมาก จะต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์
การเรียน online เข้ามาเรียนเฉพาะภาคปฏิบัติ ในเด็กเล็ก ก็ควรมีการจัดระเบียบ จะเป็นการยากพอสมควร
การกระทำดังกล่าวจะทำให้โรคทางระบบทางเดินหายใจลดลงไปด้วย โรคมือเท้าปากก็จะน้อยลงไปด้วย
โรงเรียนกวดวิชา คงจะไม่สามารถเปิดได้ เพราะการเรียนแบบแออัด
การกีฬา ที่มีการกำหนดระยะห่างอย่างเช่นว่ายน้ำ น่าจะเปิดได้ กีฬาที่มีระยะห่างอื่นก็ควรเปิดได้ แต่การแข่งขันกีฬา ถ้ามีการแข่งขัน ข้อห้ามไม่ให้มีกองเชียร์หรือผู้ดูอยู่ในสนาม ถ่ายทอดออกมาให้ชมได้
โลกในยุค โควิด 19 จะต้องมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของมนุษย์ ผมเองก็เชื่อว่า ต่อไปก็คงจะชินเอง
การใส่หน้ากากหากัน คงจะไม่ได้อยู่ในสุภาษิตเท่านั้น จะอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ”
ข่าวที่น่าสนใจ
ก.อุตฯ แจงแจกหน้ากากผ้า 1 คน ต่อ 1 ชิ้น พื้นที่ กทม.
