เปิดนวัตกรรมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทางน้ำลาย

เปิดนวัตกรรมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทางน้ำลาย


สุดเจ๋ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล ทำสำเร็จ ใช้เทคโนโลยี LAMP PCR ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทางน้ำลาย

 

ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล ได้ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล วิจัยการใช้เทคโนโลยี LAMP PCRตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทางน้ำลาย

 

 

สำหรับทีมวิจัย ประกอบด้วย รศ.พญ.สิริอร วัชรานานันท์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล ดร.เอกวัฒน์ ผสมทรัพย์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล ผศ.ดร.พญ.อังสนา ภู่เผือกรัตน์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมชาย เชื้อวัชรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ (CEMB) และภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล

 

 

ทั้งนี้ปัจจุบัน การวินิจฉัยการติดเชื้อ COVID-19 ใช้ตัวอย่างตรวจจากทางเดินหายใจส่วนต้น โดยการเก็บตัวอย่างตรวจจากโพรงหลังจมูก (nasopharyngeal) และลำคอ (throat) โดยการเก็บสิ่งส่งตรวจนั้นต้องใช้อุปกรณ์การเก็บ (swab) ซึ่ง ผู้รับการตรวจอาจรู้สึกระคายเคืองและเจ็บจากการเก็บสิ่งส่งตรวจ ส่วนบุคลากรผู้เก็บตัวอย่างก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ในช่วงที่มี COVID-19 ระบาดยังเป็นปัญหาทั่วโลก

จากการทบทวนข้อมูลพบว่า ต่อมน้ำลายมีตัวรับ (receptor) ของเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของ COVID-19 และพบว่าในผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันการวินิจฉัยโรค COVID-19 แล้ว สามารถตรวจพบเชื้อได้ในน้ำลายในช่วงที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จึงเป็นที่มาของการศึกษานี้ โดยคณะผู้วิจัยต้องการศึกษาความสามารถของการใช้น้ำลายเพื่อการวินิจฉัย COVID-19

คณะผู้วิจัยได้เก็บตัวอย่างน้ำลาย และตัวอย่างตรวจจากโพรงหลังจมูกและลำคอจากผู้เข้ารับการตรวจที่คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI clinic) ในโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่อายุมากกว่า 18 ปี มีอาการทางเดินหายใจและเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังและสอบสวนผู้ป่วย COVID-19 (PUI) ในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 200 ราย โดยให้ผู้เข้ารับการตรวจบ้วนน้ำลายใส่กระป๋องก่อนทำการเก็บตัวอย่างมาตรฐาน คือ ตัวอย่างจากโพรงหลังจมูกและลำคอ และนำมาตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 ด้วยการทดสอบ RT-PCR ในตัวอย่างน้ำลาย

 

 

โดยพบเชื้อ SARS-CoV-2 จากการตรวจจากตัวอย่างมาตรฐาน 19 ราย (ร้อยละ 9.5) และตรวจพบ SARS-CoV-2 จากการตรวจตัวอย่างน้ำลาย 18 ราย (ร้อยละ 9.0) โดยเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐานพบว่าการทดสอบ RT-PCR ในน้ำลายมีความไว (sensitivity) ร้อยละ 84.2 ความจำเพาะ (specificity) ร้อยละ 98.9 และมีความสอดคล้องของผลตรวจ (agreement) ร้อยละ 97.5

จากผลการศึกษาพบว่า การใช้น้ำลายเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจวินิจฉัยโควิด-19 มีความไวและความจำเพาะสูง การเก็บน้ำลายเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจวินิจฉัยโควิด-19 มีความเป็นไปได้ในการนำไปต่อยอดการค้นหาผู้ป่วยในชุมชนและสถานที่ที่มีทรัพยากรจำกัด เนื่องจากการตรวจมีความสะดวก และสามารถเก็บตัวอย่างได้รวดเร็วในกลุ่มประชากรจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถลดการใช้ PPE และอุปกรณ์เก็บสิ่งส่งตรวจ คณะผู้วิจัยกำลังดำเนินการศึกษาวิธีการตรวจหาการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่มีความไวสูง เพื่อเป็นเครื่องมีในการวินิจฉัยโควิด-19 ที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

ข่าวที่น่าสนใจ

พบติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 53 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 42 ราย เสียชีวิต 1 ราย

ลดราคาสินค้า 3,000 รายการ ช่วยค่าครองชีพประชาชน