“Grab” ทุ่ม 3,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อรายย่อยนับแสนรายในไทย

“Grab” ทุ่ม 3,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อรายย่อยนับแสนรายในไทย

นับเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว ที่ Grab เข้ามาให้บริการในไทย และสามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเติบโตนี้เองทำให้ Grab มีข้อมูลใหญ่มาก และ Grab ก็เตรียมนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อเริ่มธุรกิจบริการทางการเงิน

 

 

โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการในกลุ่ม Non-Bank ต่างก็ประกาศวิสัยทัศน์ของตัวเองในการรุกให้บริการการเงินกันอย่างคึกคัก ทั้งในรูปแบบวอลเล็ต หรือการทำสินเชื่อรายย่อย Nano Financial เพื่อเพิ่มโอกาสการทำรายได้ให้ธุรกิจ

โดยทาง Grab เองก็เป็นผู้ประกอบการอีกรายหนึ่ง ที่เห็นช่องว่างตรงนี้ โดยได้เริ่มให้บริการ GrabPay Wallet มาตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนพร้อมกับกลุ่มธุรกิจ “แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป” เพื่อรุกคืบให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้านอื่นๆ อย่างเต็มตัว

วันนี้ (23 ก.พ.) แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ได้ประกาศกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทในการดำเนินธุรกิจทางการเงินในปี 2563 และเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่ออย่างเป็นทางการเพื่อมุ่งสู่การเป็นฟินเทคโซลูชันแบบครบวงจร โดยบริการการเงินของแกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ปในกลุ่มสินเชื่อ ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่

1.) สินเชื่อเงินสดผ่านแอปฯ – สินเชื่อเงินสดฉุกเฉินสำหรับพาร์ตเนอร์คนขับแบบใหม่ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันหรือกรอกเอกสาร ขอผ่านแอปฯ ได้ทันที เพื่อแก้เพนพอยต์ของคนขับที่ไม่อยู่ในระบบพนักงานเงินเดือน โดยสามารถชำระคืนแบบรายวัน ให้วงเงินสูงสุด 1 แสนบาท ในระยะเวลา 6 เดือน ดอกเบี้ยสูงสุด 18%

2.) บริการผ่อนชำระสินค้ารายวัน – บริกาผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบรายวัน ดอกเบี้ย 0% เพื่อช่วยให้คนขับที่ไม่มีบัตรเครดิตสามารถผ่อนชำระซื้อโทรศัพท์ของพาร์ตเนอร์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนผ่าน Grab ได้

3.) สินเชื่อ SMEs – สินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยที่มีระยะสั้น ดอกเบี้ยต่ำ โดยที่ผ่านมาได้เริ่มให้บริการสินเชื่อพาร์ตเนอร์ร้านค้าไปแล้วในวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยสูงสุด 15%

ทั้งนี้ “แกร็บ” มองว่าจุดแข็งของเขา คือการที่พวกเขาสามารถให้บริการการเงินที่ผู้ใช้งานควรจะได้รับ เนื่องจากเพนพอยต์เดิมคือ คนขับหรือพาร์ตเนอร์ร้านอาหารไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์การเงินในระบบได้ โดยใช้รูปแบบ “Digital Driven Digital Lending” คือการนำข้อมูลพฤติกรรมคนขับหรือร้านอาหารในแต่ละด้านมาคำนวณเป็นโมเดล Credit Scoring เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อแบบเรียลไทม์ เช่น พฤติกรรมการขับขี่, ความถี่ในการเลือกรับหรือปฏิเสธงาน คือประเมินจากคะแนนรวมการให้บริการนั่นเอง

 

โดยได้เริ่มทดลองให้บริการไปแล้วเป็นระยะเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งนาย วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เผยว่า
“ได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากผู้ใช้บริการ ส่วนจำนวน “หนี้เสีย” ของการเริ่มต้นให้บริการในระยะแรกก็มีปริมาณที่ต่ำมากๆ จนไม่มีสาระสำคัญใดๆ โดยในอนาคตเชื่อว่าหนี้เสียจะมีจำนวนไม่ถึง 2% ด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นโมเดลที่ต่างจากสถาบันการเงิน”

“เงินปล่อยสินเชื่อเป็นของ แกร็บ เอง และเรามั่นใจว่าโอกาสเกิดหนี้เสียค่อนข้างน้อย เพราะเราให้พวกเขาอย่างเหมาะสม ประกอบกับการชำระแบบรายวันมันก็ง่ายในการรับผิดชอบ ยิ่งช่วงปลายปี 2562 เราก็เริ่มทดสอบบริการนี้แล้ว และพบว่ามีอัตราหนี้เสียไม่ถึง 2%” นายวรฉัตร กล่าว

ทั้งนี้ แกร็บ หมายมั่นไว้ว่าจะมียอดสินเชื่อปีนี้ที่ 3,000 ล้านบาท และต้องเข้าถึงผู้ใช้งานให้ได้มากถึง 100,000 ครัวเรือน ซึ่งจะโฟกัสไปที่ผู้ที่ในอยู่ระบบ บนแพลตฟอร์ม Grab เป็นหลัก ไม่ได้มุ่งหวังการแข่งขันกับสถาบันการเงินทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ในอนาคต นายวรฉัตรเผยว่า แกร็บ จะเริ่มพัฒนาสินค้าในกลุ่มประกันออกมาเร็วๆ นี้ เพื่อให้พาร์ตเนอร์คนขับ รวมถึงผู้ใช้งานสามารถซื้อให้กับตัวเองและครอบครัว สำหรับคนขับอีกด้วย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

Developed by sarunyacrop