กรมอุตุฯ ญี่ปุ่น ยกเลิกเตือนภัยฝนตกหนักครบทุกจังหวัดแล้ว หลัง”ไต้ฝุ่นฮากิบิส”พ้นญี่ปุ่น เผย! ”ไต้ฝุ่นฮากิบิส” คร่าแล้ว 7 ราย สูญหาย 15 คน ได้รับบาดเจ็บ 90 คน ในเขตเมืองโตเกียวเสียหายมากกว่า 390,000 หลังคาเรือน รถไฟเริ่มทยอยเปิดให้บริการ
วันนี้ (13 ต.ค. 62) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า เวลา 08.45 น. (13 ต.ค. 62) กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ประกาศยกเลิกคำเตือนฝนตกหนัก ของจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้าย และเป็นการยกเลิกครบทุกจังหวัดแล้ว

คือ จังหวัดชิซึโอกะ โตเกียว อิบารากิ โทจิกิ คานากาวะ ไซตามะ กุมมะ นากาโนะ ยามากาตะ ยามานาชิ นีงาตะ ฟูกูชิมะ และมิยากิ

ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แจ้งด้วยว่า รถไฟและชินคันเซนจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการ ในช่วงเช้าของวันนี้ แต่หากเดินทางโดยรถยนต์ ขอให้ตรวจสอบความปลอดภัยตลอดเส้นทางเดินรถไปยังจุดหมาย และขอให้ระมัดระวังความเป็นไปได้ของแผ่นดินถล่มในพื้นที่ต่างๆ และน้ำเอ่อล้นบริเวณริมแม่น้ำด้วย
นอกจากนี้ ขอให้ตรวจสอบความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยและบริเวณโดยรอบ อาจมีของใหญ่ปลิวไปค้างอยู่บนที่สูงและอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
จากการตรวจสอบเที่ยวบินที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยยังคงต้องเลื่อนการเดินทางออกไปเป็นเวลาใหม่ในช่วงเวลา 09:00 – 12:00 ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเวลา 12:00 – 15:00 ต้องเลื่อนวันเดินทางออกไป

อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินที่เดินทางจากสนามบินคันไซ เมืองโอซาก้าเริ่มให้บริการตามปกติแล้ว โดยมีเที่ยวบินที่เดินทางมายังประเทศไทยให้บริการตามปกติ เช่นเดียวกับสนามบินฟุกุโอกะ แต่สนามบินในเขตโทโฮกุ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นที่เซนได ยังมีปัญหาระงับการเงินทางเหมือนในกรุงโตเกียว
สำหรับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี ที่ถล่มญี่ปุ่น ล่าสุด สถานีโทรทัศน์สาธารณะ NHK รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 7 คน สูญหายไป 15 คน และทำให้กรุงโตเกียวเป็นอัมพาต
ล่าสุด มีรายงานอัปเดตสถานการณ์ วันที่ 13 ตุลาคม เมื่อเวลา 10.20 ตามเวลาท้องถิ่นในญี่ปุ่น ที่ พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี ได้ถล่มญี่ปุ่น ว่า
ไต้ฝุ่นฮากิบิสได้ออกจากเกาะญี่ปุ่นไปแล้ว เมื่อเวลา 7.00 เช้า จากเมืองมิยาโกะ จังหวัดอิวาเตะ โดยยังมีความกดอากาศที่ 955 hPA และความเร็วลมที่ 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

– บ้านเรือนในเขตเมืองโตเกียว เสียหาย มากกว่า 390,000 หลังคาเรือน
– มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 คน สูญหายอีก 15 คน บาดเจ็บ 90 คน
– ประชาชนกว่า 6 ล้านคนอพยพออกจากที่พักในภาคกลางและตะวันออกของญี่ปุ่น
– ระบบรถไฟ และ สนามบิน เกือบทั้งหมดหยุดให้บริการ
– สนามบินฮาเนดะ รถไฟชินคันเซ็น ส่วนใหญ่กลับจะเริ่มอีกครั้งเช้าวันอาทิตย์ได้
– หลายเที่ยวบินไปและกลับจากฮาเนดะในวันอาทิตย์ยังยกเลิกไป
– รถไฟใต้ดินของโตเกียวถูกระงับในช่วงเช้า เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย
– กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ออกคำเตือนระดับ 5 (สูงสุด) สำหรับกรุงโตเกียว กุนมะ ไซตามะ คานากาวะ ยามานาชิ นากาโนะ ชิสึโอกะ นิกาตะ และ ฟูชูคูชิมะ ตอนนี้ได้ยกเลิกแล้ว
– เขื่อนบางแห่งได้มีการอนุญาตให้มีการปล่อยน้ำเพื่อกันไม่ให้เขื่อนแตก
– เกิดพายุทอร์นาโดที่เมืองอิชิฮาระ จังหวัดชิบะ ทำลายบ้านเรือน 12 หลัง พบผู้ชายอายุ 50 ปีเสียชีวิตในรถที่คว่ำจากพายุทอร์นาโด
– ในเมืองโทมิโอกะ จังหวัดกุนมะ พบชายคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากที่บ้านถูกแรงลมไต้ฝุ่น เสียหายอย่างหนัก
– ในเขตคาวาซากิ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว พบชายอายุ 60 ปีในอพาร์ตเมนต์ที่ถูกน้ำท่วม ยืนยันว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแล้ว
– ในโทชิหงิพบผู้หญิงที่ตกลงไปในทางน้ำ ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว
– ผู้หญิง 1 คนในซากามิฮาระ เสียชีวิตหลังจากที่แผ่นดินถล่มทับบ้านของเธอ
– ไฟดับในจังหวัด ชิบะ กว่า 110,000 หลังคาเรือน และไม่มีไฟฟ้า ณ. เวลา 7 โมงเช้าของวันนี้ตามรายงานของ บริษัท TEPCO ที่ดูแลการจ่ายไฟฟ้าของญี่ปุ่น
– ยังมีไฟดับกว่า 41,000 หลังคาเรือนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น
– ยามรักษาการณ์ชายฝั่งท้องถิ่น รายงานเรือสินค้าของปานามา ที่มีลูกเรือ 12 คนเชื่อว่าจมลงในอ่าวโตเกียวในคืนวันเสาร์จากพายุไต้ฝุ่น ลูกเรือสามคนได้รับการช่วยเหลือได้เมื่อช่วงเช้าของวันอาทิตย์
– ปฏิบัติการกู้ภัยกำลังเข้าช่วยเหลือ ภาคกลางภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม
– คาดว่าไต้ฝุ่นจะอ่อนตัวลง เป็นพายุไซโคลน และสลายตัวต่อไปในบ่ายของวันอาทิตย์นี้
สำหรับสถานการณ์ ณ ตอนนี้ ไต้ฝุ่นฮากิบิส ได้เคลื่อนตัวออกจากโทโฮคุ (Tohoku) หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น กลับสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว
อย่างไรก็ตามขณะนี้ เขื่อน 2-3 แห่งในเขตคันโต กำลังระบายน้ำออก เป็นมาตรการฉุกเฉินเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้น คาดว่าอาจจะมีฝนตกหนักเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับน้ำท่วม ดินถล่ม และลมกระโชก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกคำเตือนให้ใช้ความระมัดระวังสูงสุด.
