“คนอยากผอม” ระวังเร่งลดน้ำหนักเสี่ยงไตวายฉับพลัน

“คนอยากผอม” ระวังเร่งลดน้ำหนักเสี่ยงไตวายฉับพลัน

หนึ่งในแฟชั่นด้านสุขภาพของคนในยุคนี้คือ “ความผอม”จริงอยู่ความอ้วนเป็นแหล่งสะสมโรคมากมาย การผอมจะช่วยให้ลดโรคได้ แต่การเร่งให้ผอมอย่างรวดเร็วด้วยสารลดความอ้วน ตลาดจนกรรมวิธีต่าง ๆ ก็นำมาซึ่งอันตรายต่อสุขภาพได้

เรียบเรียงจากรายการพบหมอรามาฯตอน “คนอยากผอม ระวังเร่งลดน้ำหนักเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน”
โดย ผศ. นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ส่วนใหญ่บางคนเป็นตอนเช้า พอตอนเย็นก็ไตวาย เพราะฉะนั้น มันจะมีสาเหตุที่ชัดเจน เช่น ไปโดนชกที่กล้ามเนื้อบ้าง ที่ไตบ้าง แล้วก็ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ แล้วก็สารที่อยู่ในเนื้อแดงออกสีแดง ๆ มันจะออกมาในไต แล้วก็ไปอุดท่อไต ทำให้เกิดเป็นพิษต่อไต เกิดไตวายเฉียบพลัน

กรณีคนทำลดน้ำหนักแล้วขาดน้ำ มาจากไตวายเฉียบพลันได้
ส่วนใหญ่จะมาคู่กัน คือ ขาดเกลือแร่ พยายามจะลดน้ำหนัก พยายามไม่ยอมดื่มน้ำ บางคนก็กินยาขับปัสสาวะ บางคนกินยาขับปัสสาวะเพื่อจะลดน้ำหนัก ก็ทำให้ขาดเกลือแร่ด้วย และร่วมกับการที่มีการกระทบกระแทก กล้ามเนื้อโดนชกหลาย ๆ ที่ กล้ามเนื้ออักเสบ ก็ทำให้สารพวกนี้เป็นพิษต่อไต

แล้วไตวายเรื้อรัง
ไตวายเรื้อรังเกิดจากสาเหตุที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง กินยาที่มีสารพิษต่อไต กินเรื้อรังติดต่อกันเป็นเดือนเป็นปี ไตจะค่อย ๆ สูญเสียการทำงานระยะเวลาเป็นเดือนเป็นปี อย่างน้อยก็ 3 เดือนขึ้นไป ถ้าไตค่อย ๆ เสื่อมระยะเวลาเกิน 3 เดือน

นอกเหนือจากการโดนกระแทกอย่างรุนแรงแล้ว มีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดขึ้นไตวายเฉียบพลัน
มีหลายสาเหตุอย่างเช่นที่พบบ่อย ๆ คือ การติดเชื้อ เรามีติดเชื้อที่ไหน แล้วเชื้อรุนแรงมาก ๆ ก็ทำให้เกิดสารพิษ ส่งผลให้ไตเกิดการหยุดทำงานชั่วคราว รวมทั้งการที่ขาดเกลือแร่ บางคนกินยาขับปัสสาวะมากเกินไปเพื่อลดน้ำหนัก บางคนท้องเสีย ท้องร่วงเฉียบพลัน ก็ทำให้เกิดการขาดเกลือแร่ บางคนไปวิ่งมาราธอนมาก ๆ ก็ขาดเกลือแร่ด้วยและกล้ามเนื้ออักเสบด้วย ก็ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้เหมือนกัน

ในแง่ของการลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักเร็ว ๆ เยอะ ๆ ทำไมถึงมีเรื่องของไตวาย
ส่วนใหญ่คือขาดเกลือแร่ ขาดน้ำ และบางคนก็กินยาขับปัสสาวะ อันนั้นก็เป็นอันที่อันตราย

จะมีสัญญาณเตือนอะไรมาบอกก่อนให้รู้ว่าเรากำลังจะไตวายแล้ว
อาการขาดเกลือแร่ เช่น เป็นตะคริว คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด วิงเวียน จะเป็นลม เพราะว่าขาดเกลือแร่ ความดันต่ำ เหมือนกับเราไปวิ่ง 10 กิโลเมตร หน้ามืดเห็นดาว อันนี้คืออาการเริ่มขาดเกลือแร่แล้ว ถ้าปัสสาวะออกน้อยด้วย ไม่ค่อยปัสสาวะด้วย ต้องระวังแล้ว 3-4 ชั่วโมงไม่ปัสสาวะ

สำหรับนักวิ่ง วิ่งแล้วดื่มเกลือแร่เข้าไป มันช่วยได้ไหม
ถ้าวิ่งเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป แนะนำให้ดื่มเกลือแร่เมื่อหิวน้ำ แต่ไม่ใช่ว่าหิวปั๊บดื่มตลอดแบบนี้ไม่ได้ เวลาหิวน้ำก็ดื่มเท่าที่จำเป็น แต่ถ้าวิ่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าก็พอ

หมอจะตรวจเช็กอย่างไร
คนไข้จะมีอาการปัสสาวะน้อย ปัสสาวะไม่ค่อยออก หมอก็จะเช็กเลือด ถ้าเช็กเลือด มีค่าของเสียในเลือดสูง ก็จะบอกว่าไตวายเฉียบพลันแล้ว เพราะว่าของเสียมันจะออกมาทางปัสสาวะไม่ได้ ถ้าพบว่าเลือดข้น แสดงว่าเกลือแร่ต่ำมากเพราะว่าน้ำในตัวน้อยมาก เลือดก็เลยข้น ปกติมันต้องมีน้ำเกลือเพื่อจะพัดเม็ดเลือดเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ถ้าปริมาณน้ำเกลือน้อย เลือดก็จะข้น ถ้าเจาะเลือดก็ทราบเลย

การรักษา
รักษาที่สาเหตุ ถ้าเป็นจากสารพิษก็จัดการสารพิษ ถ้าเป็นจากการขาดเกลือแร่ก็ให้เกลือแร่ ให้น้ำเกลือ หมอจะให้น้ำเกลือ ขาดน้ำก็ให้น้ำไป ก็จะดีขึ้น

แล้วไตวายเฉียบพลันจะกลายเป็นไตวายเรื้อรังได้ไหม
ก็มีบ้าง ประมาณ 10% แต่ส่วนใหญ่ 90% จะโชคดี รอด ไตจะฟื้นกลับมาตามปกติ

คนที่กลายเป็นไตวายเรื้อรัง อาจจะมีสาเหตุที่ทำให้เกิดไตวายหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างเช่น ติดเชื้อบ้าง มีขาดเกลือแร่บ้าง ไตเดินไม่สมบูรณ์อยู่ก่อน มีอายุมาก อันนี้ก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยง หรือเป็นเบาหวานอยู่ อันนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรัง

เราจะลดน้ำหนักอย่างไรที่ไม่ให้เกิดผลเสียกับไต
ทุกอย่างน่าจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป อย่าฝืนทำอะไรที่มันเร็วเกินไป หักโหมเกินไป หักดิบ บางทีก็ทำไม่ได้เพราะขาดเกลือแร่ทันที มันจะทำให้ร่างกายสูญเสียสมดุล แล้วก็หน้ามืดเป็นลม เลือดไม่ไปเลี้ยงไต เลือดข้นต่าง ๆ ปัจจัยเหล่านี้มันทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน บางคนไปกินยาขับปัสสาวะ อันนี้อันตรายมาก

ถ้าเราค่อย ๆ ทำทีละน้อย ๆ ร่างกายมีการปรับตัว การลดน้ำหนักเป็นการลดเฉพาะไขมัน เหลือเฉพาะกล้ามเนื้อและปริมาณน้ำให้พอเหมาะจะดีกว่า ถ้าลดทั้งไขมันด้วย ลดทั้งเกลือแร่ด้วย ลดทั้งน้ำด้วยอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่วันหรือเป็นชั่วโมงนี่ยิ่งอันตราย ค่อย ๆ ลดน้ำหนัก และที่สำคัญคือ ถ้าลดไขมัน ไม่เป็นไร ไม่อันตราย

ให้อาจารย์แนะนำวิธีในการดูแลไตของเรา ให้อยู่ไปนาน ๆ แข็งแรงไปนาน ๆ
ถ้าโรคไตวายเฉียบพลัน ก็คือต้องทำงานให้พอเหมาะ ปริมาณเกลือแร่ให้พอเหมาะ อย่าไปกินมาก อย่ากินเค็มมาก อย่ากินเค็มน้อยเกินไป แต่ถ้าในคนไข้ระยะเรื้อรัง คนไข้เบาหวาน ความดัน โลหิตสูง ต้องกินเกลือให้พอเหมาะ อย่ากินเยอะ อย่ากินเค็ม และอย่าไปซื้อยาที่มีพิษต่อไตมากินเอง แล้วก็ออกกำลังกาย อย่าให้น้ำหนักเยอะ อย่าให้อ้วน ถ้าอ้วน โรคเบาหวาน ความดันจะมา

การกินเค็มส่งผลกับไตอย่างไร
ปกติกินเค็มคือกินเกลือเข้าไป เกลือนี่ต้องขับออกทางไตกว่า 90% เพราะฉะนั้น ถ้ากินเค็มมาก ไตก็ต้องขับมาก ก็ทำงานหนักเหมือนกับเครื่องยนต์ ถ้าเราใช้มาก ๆ เครื่องยนต์ก็จะพังเร็ว แทนที่จะใช้ได้อายุ 80-90 อายุ 60 ก็ไตวายแล้ว เพราะว่ามันทำงานหนักอยู่ 60 ปี

เกลือคือตัวโซเดียม แต่ว่ามีเกลือที่ไม่เค็มบางตัว เช่น ผงชูรส ซุปก้อน ผงปรุงรส อันนั้นเป็นเกลือที่ไม่เค็ม

แล้วกินน้ำเข้าไปช่วยไหม

เกลือก็ออกทางปัสสาวะอยู่ดี เกลือก็ต้องขับไปที่ไตอยู่ดี ไตก็ทำงานหนักอยู่ดี แต่ว่ามันจะออกได้เร็วขึ้น มันจะคั่งค้างในตัวได้สั้นลง มันจะเจือจาง ถ้าเกิดเราไม่กินน้ำ มันจะออกในเวลาวันหนึ่งกว่าจะออกหมด แต่ถ้าเรากินน้ำเยอะ ๆ มันอาจจะออกใน 6 ชั่วโมง ออกหมดแล้ว มันก็จะขับเกลือออกไปได้เร็วขึ้น มันช่วยในชั่วคราว คือมันช่วยลดปริมาณเกลือในร่างกายให้ออกไปเร็วขึ้นเท่านั้นเอง เจอบ่อยมาก ไปเที่ยวต่างประเทศ กินเลี้ยงทุกมื้อ ความดันขึ้นเลย เจอบ่อย คือเนื้อสัตว์อะไรที่อยู่ได้เกินวัน มันต้องใส่เกลือ ไม่อย่างนั้นมันเสีย

แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ แล้วมื้อต่อไปเบาเค็มลง กินให้จืดลงหน่อย เพื่อจะให้ไตได้พักบ้าง

ถ้าเป็นนักมวย เขาจะต้องมาขับปัสสาวะ จะต้องมาลดความอ้วน เขาควรที่จะตรวจเป็นพิเศษไหม
ควรจะมาเช็กเป็นระยะ ๆ ปีหนึ่งก็มาเช็กสักครั้งหนึ่ง ดูค่าไตเจาะเลือดแป๊บเดียวก็รู้แล้ว ปัสสาวะแป๊บเดียวก็รู้ นอกจากนักมวยแล้ว ก็มีนักเพาะกาย นักเพาะกายจะกินอาหารที่มีโปรตีนสูงมาก แล้วก็มีข้อมูลว่าคนที่กินอาหารโปรตีนสูง ๆ มันจะมีไตทำงานหนัก และระยะยาวจะมีไข่ขาวรั่วในปัสสาวะมากขึ้น คนที่เพาะกายหรือคนที่ทำฟิตเนส กินไข่ขาว กินไก่เยอะ กินเนื้อสัตว์เยอะ โปรตีนพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากพืช จากสัตว์ จากเวย์ ก็ทำให้ไตทำงานหนักเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องควบคุมให้พอดี ต้องระมัดระวัง แนะนำคนไข้ที่เพาะกายกับฟิตเนส ตรวจร่างกายปีละครั้ง ตรวจปัสสาวะด้วย

เรียบเรียงจากรายการพบหมอรามาฯตอน “คนอยากผอม ระวังเร่งลดน้ำหนักเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน”
โดย ผศ. นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
10 สัญญาณที่บ่งบอกว่า “คุณควรลดน้ำหนักได้แล้ว”

Developed by sarunyacrop