ขสมก.เริ่มให้บริการรับชำระค่าโดยสารไร้เงินสดผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ – มือถือ นำร่องรถเมล์ 3,000 คัน 129 เส้นทางทั่วกรุง ทดลองใช้ 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2562 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป ขสมก.ได้จัดทำระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์นำมาให้บริการ 129 เส้นทาง บนรถเมล์ ขสมก. 3,000 คัน รถเมล์ทุกคันจะสามารถจ่ายได้แบบไม่ต้องใช้เงินสด ด้วยบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ และการ สแกน QR Code เพื่อชำระค่าโดยสารผ่าน กรุงไทย NEXT หรือ Mobile Banking รวมทั้งบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตของทุกธนาคาร ที่มีสัญลักษณ์ Contactless และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDC ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 500,000 คน/วัน และเที่ยวเดินทางมากกว่า 1,000,000 ครั้งต่อวัน มีผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 55,000 คนต่อวัน

สำหรับประเภทของบัตรมีรายละเอียด ดังนี้
1.)บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ มีจำหน่ายบนรถโดยสาร ขสมก.ทุกคัน ราคาใบละ 50 บาท สามารถเติมเงินในบัตรได้สูงสุด 1,000 บาท ใช้ได้ตลอดชีวิตไมมีระยะเวลากำหนด โดยระบบของเครื่อง EDC จะหักเงินภายในบัตรตามอัตราค่าบริการของรถโดยสารแต่ละประเภท
2.)บัตรโดยสารล่วงหน้ารถปรับอากาศ และบัตรโดยสารล่วงหน้ารถธรรมดา มีจำหน่าย ณ จุดขายที่ ขสมก. กำหนด ผู้ถือบัตรสมารถเติมเงินในบัตรได้ดังนี้ บัตรรายเดือนรถโดยสารปรับอากาศ เติมเงิน 1,020 บาท รถโดยสารธรรมดา เติมเงิน 480 บาท บัตรรายสัปดาห์ รถโดยสารปรับอากาศ เติมเงิน 255 บาท รถโดยสารธรรมดา เติมเงิน 120 บาท ซึ่งบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ จะมีรอบระยะเวลาการใช้งาน เช่นเดียวกับบัตรโดยสารล่วงหน้าแบบกระดาษ

3.)บัตรนักเรียน นักศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ มีจำหน่าย ณ ที่ทำการเขตการเดินรถทุกแห่ง ผู้ถือบัตรสามารถเติมเงินในบัตรได้ดังนี้ บัตรโดยสารรถปรับอากาศ สำหรับนักเรียนตั้งแต่ ม.3 ลงมา เติมเงิน 270 บาท สำหรับนักเรียนตั้งแต่ ม.4 ขึ้นไป เติมเงิน 540 บาท บัตรโดยสารรถธรรมดา สำหรับนักเรียนตั้งแต่ ม.3 ลงมา เติมเงิน 135 บาท สำหรับนักเรียนตั้งแต่ ม.4 ขึ้นไป เติมเงิน 270 บาท
ทั้งนี้จะเริ่มให้บริการระบบไร้เงินสดไป 1 ปี เพื่อให้ผู้โดยสารมีความคุ้นชินมากขึ้น รวมทั้งประเมินปัญหาอุปสรรคในการใช้งาน หากพบปัญหาจะปรับแก้ให้สอดคล้องกับการใช้งานมากขึ้น หากประสบความสำเร็จจะใช้เวลาทดลองน้อยกว่า 1 ปี หากไม่ประสบความสำเร็จจะขยายเวลาทดลองเพิ่มขึ้น โดยยึดผู้โดยสารที่ใช้บริการเป็นหลัก โดยในอนาคตหากระบบชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสดประสบความสำเร็จ หรือนำระบบอีทิคเก็ตมาใช้งานได้แล้ว ขสมก. ปรับเปลี่ยนชำระค่าโดยสารโดยที่ไม่ต้องมีพนักงานเก็บค่าโดยสารอีกต่อไป ซึ่งในแผนฟื้นฟู ขสมก.ใช้เวลา 3 ปี

“ระบบไร้เงินสดทำให้ผู้โดยสารมีความปลอดภัยและสะดวก ไม่ต้องพกเหรียญ หรือธนบัตรที่มีจำนวนเงิน 500 บาท หรือ 1,000 บาทในการชำระค่าโดยสาร ทำให้บางครั้งลำบาก อีกทั้งปัจจุบันผู้โดยสารนิยมใช้บัตรในการชำระมากขึ้น”นายสุระชัยกล่าว
นายสุระชัย กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นผลิตบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ไว้ 300,000 ใบ บัตรมีวงเงิน 50 บาท จำหน่ายบนรถเมล์ทุกคันเติมเงินได้สูงสุด 1,000 บาท ขณะเดียวกันผู้โดยสารยังชำระค่าโดยสารด้วยเงินสดได้เหมือนเดิม โดยใช้ควบคู่กัน เนื่องจากกำลังเปลี่ยนผ่านระบบเงินสดไปสู่ไร้เงินสด โดยไม่ต้องการให้ผู้โดยสารเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบในการใช้ จึงจำเป็นต้องมีพนักงานเก็บค่าโดยสารที่คอยยืนฉีกตั๋วโดยสารสำหรับผู้โดยสารที่ยังใช้งาน และสามารถใช้บัตรชำระค่าโดยสารผ่านเครื่อง EDC ด้วยเวลา 1-2 วินาทีแล้วเสร็จ
ทั้งนี้สำหรับอนาคตจะนำระบบไร้เงินสดมาใช้กับรถร่วม ขสมก. หรือไม่นั้น ปัจจุบันรถร่วมอยู่ภายใต้สังกัดความดูแลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แต่ถ้ารถร่วมรวมตัวเป็นหมู่คณะต้องการจะใช้ระบบไร้เงินสดเชื่อว่าธนาคารกรุงไทยยินดีพัฒนาระบบไร้เงินสดไปใช้กับรถร่วมแน่นอน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร
“ช่วงนี้ยังต้องมีอยู่ ช่วงที่เปลี่ยนผ่าน เราไม่สามารถดำเนินการวันนี้แล้วไม่มีพนักงานได้เลย เราต้องค่อย ๆ ปรับตัวเข้าไปกับระบบ ในอนาคตเหมือนทั่วโลก เมื่อไหร่ระบบอีทิกเก็ตสมบูรณ์แบบ แบบไม่มีคนก็ต้องพัฒนาอยู่ดี และในแผนฟื้นฟูจาก ครม.ก็มีแผนนี้อยู่แล้ว”
ด้านนายวีระพงษ์ วงแหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ขสมก.กล่าวว่า ได้ขอให้ขสมก.ดำเนินโครงการเกษียณก่อนอายุด้วยความสมัครใจ และดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยในปีหน้าจะมีพนักงาน ขสมก.เกษียณอายุอีกประมาณ 600 คน ในจำนวนนี้มีทั้งพนักงานขับรถ พนักงานเก็บค่าโดยสาร นายท่า รวมถึงผู้บริหาร พร้อมยอมรับว่ามีความกังวลในการใช้เครื่องอีดีซี เนื่องจากพบว่า หากเกิดกรณีที่เชื่อมต่อไม่ได้ผู้โดยสารบางส่วนจะไม่ยอมจ่ายเงิน

ที่ผ่านมาพนักงานขับรถจะมีรายได้จากการจำหน่ายตั๋วใบละ 10 สตางค์ และพนักงานเก็บค่าโดยสารจะได้ 5 สตางค์ และหากเกิน 1,000 ใบ ก็จะมีค่าตอบแทนเพิ่ม แต่การใช้เครื่องอีดีซีนี้ ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ว่าพนักงานจะได้เปอร์เซ็นต์จากการจำหน่ายตั๋วหรือไม่
นอกจากนี้ ขสมก.ยังเปิดให้บริการรับชำระค่าโดยสาร ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีสัญลักษณ์แมงมุม บัตรเดบิตเครดิตที่มีสัญลัษณ์คอนเทคเลส และโมบายแบงกิ้งของทุกธนาคาร เพื่อเป็นทางเลือกในการชำระค่าโดยสารให้กับผู้ใช้บริการอีกด้วย โดยขณะนี้เครื่องอีดีซีได้ติดตั้งบนรถเมล์แล้วจำนวน 3,000 คัน โดย ขสมก.จะใช้วิธีการชำระเงิน ทั้งใช้เงินและใช้บัตรคู่ขนานกันไป เป็นเวลา 1 ปี จนกว่าประชาชนจะคุ้นชิน ก่อนลดเหลือการใช้บัตรเพียงอย่างเดียวแต่จะดูความพร้อมของผู้โดยสารเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการใช้งาน อาจมีบางจุดที่อับสัญญาณระบบอินเทอร์เน็ตใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์แตะเครื่อง EDC ชำระค่าโดยสารไม่ได้ เช่น ใต้สะพานหรือในอุโมงค์ทางลอด ซึ่งต้องแก้ไขต่อไป
