ดร.ธรณ์ ชี้ “ปะการังหลีเป๊ะ” ยับเยิน! เพราะน้ำมือมนุษย์

ดร.ธรณ์ ชี้ “ปะการังหลีเป๊ะ” ยับเยิน! เพราะน้ำมือมนุษย์

เสียหายยับเยิน! ผศ.ดร.ธรณ์ ชี้ แนวปะการังน้ำตื้นที่เกาะหลีเป๊ะ เสียหายเพราะน้ำมือมนุษย์ แนะ! ยกระดับการดูแลรักษาพื้นที่ ย้ำ อย่าผลักภาระให้อุทยาน แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ก่อนทุกอย่างจะพินาศ

วันที่ 30 ก.ย.62 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม แชร์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” โดยโพสต์ภาพแนวปะการังน้ำตื้นที่เกาะหลีเป๊ะ พร้อมอธิบายถึงความเสียหายของปะการังที่เกิดจากมนุษย์

 

 

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า

“#กอบกู้เกาะหลีเป๊ะ

อาจารย์ Sakanan Plathong ส่งภาพของเครือข่ายจากเกาะหลีเป๊ะมาให้ดูว่า แนวปะการังน้ำตื้นเสียหายยับเยินขนาดไหน ?

ผมพยายามกลั้นใจจะไม่ร้องกรี๊ดโวยวาย แต่จะพยายามอธิบายตามหลักวิชาการ

ปะการังเสียหายจริงไหม ?

ดูจากภาพคงไม่ใช่แค่เสียหาย แต่คงเป็นถึงขั้นถล่มทลาย ตายเกือบหมดสิ้น

ตายเพราะอะไร ?

ดูจากสภาพแล้ว ปะการังไม่ได้ฟอกขาว ยังอยู่ในน้ำตื้น ไม่มีรายงานพายุรุนแรงในพื้นที่

ปะการังตายแบบแตกหัก เชื่อว่าเกิดจากผลกระทบจากมนุษย์

ผลกระทบอะไร ?

อาจเป็นการนำเรือเข้าออกระหว่างน้ำตื้น/น้ำลง การเดินในพื้นที่แนวปะการังเพื่อสาเหตุต่างๆ ทำให้ปะการังอยู่ในสภาพแตกหักหรือพลิกคว่ำ

เพิ่งเป็นหรือเป็นนานแล้ว ?

ร่องรอยที่ปรากฏจากภาพ ดูแล้วเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจด้วยหลายสาเหตุดังที่บอกไว้เกิดร่วมกัน

แล้วเราควรทำอย่างไร ?

เกาะหลีเป๊ะเป็นพื้นที่กันออกจากอุทยาน แม้แนวปะการังรอบพื้นที่จะคงอยู่ในการดูแลของอุทยาน แต่จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย

แน่นอนว่าอุทยานคงต้องเป็นหลัก แต่หน่วยอื่นๆ รวมทั้งผู้ประกอบการ/คนในพื้นที่ ต้องให้ความสนับสนุน ไม่สามารถจะจัดการโดยอุทยานตามลำพังได้

จัดการอย่างไร ?

1. ทุกฝ่ายยอมรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง

2. ทำการสำรวจพื้นที่เสียหายให้ชัดเจน ทั้งทางอากาศและทางภาคพื้น เปรียบเทียบฐานข้อมูลเดิม ฯลฯ

3. ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อหาวิธีจัดการกับสาเหตุต่างๆ ซึ่งอาจต้องมีหลายวิธี

4. ระหว่างนี้ ทำแผนแม่บทในภาพรวมของอุทยานตะรุเตา ฯลฯ เพื่อเป็นแนวทางในภาพรวม

5. วางแผนการดำเนินการร่วมกัน โดยใช้ทั้งมาตรการและความร่วมมือจากหลายฝ่าย

6. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการ ยกระดับการดูแลรักษาพื้นที่ ฯลฯ

ยากแค่ไหน ?

บอกได้เลยว่ายากมาก การทำอะไรเพียงชั่วครั้งคราว ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้

การนำวิธีจากที่อื่นมาใช้ ต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ การใช้ประโยชน์ และการจัดการ ไม่สามารถจะนำมาครอบสวมลงได้ทันที

กรณีอ่าวมาหยา เกาะยูง หรือเกาะตาชัย มีความแตกต่างออกไป เพราะเป็นเขตอุทยานแบบเบ็ดเสร็จ

พื้นที่ก้ำกึ่งในลักษณะหลีเป๊ะ ฯลฯ จะจัดการได้ยากกว่า

ควรไปทางไหน ?

ผมรู้จักท่านปลัดทั้งกระทรวงทรัพยากรฯ และกระทรวงท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทราบดีว่าท่านมีความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถในการจัดการเรื่องทรัพยากร/การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ผมเชื่อว่าการทำงานแบบบูรณาการทั้งสองกระทรวง ร่วมกับคนในพื้นที่ มีความเป็นไปได้

แต่จะเป็นไปได้แค่ไหน ขึ้นกับท่าน รมต.ทั้งสองกระทรวง ผู้มีอำนาจสั่งการให้เกิดผลปฏิบัติให้เกิดการเริ่มต้นก้าวแรก

นี่ไม่ใช่งานที่จะจบได้ในเวลาอันสั้น ไม่ใช่แค่การสืบหา/จัดการผู้กระทำผิด เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากหลายฝ่าย

ภารกิจกอบกู้หลีเป๊ะไม่ง่ายแน่นอน แต่ถ้าเราไม่เริ่มก้าวแรก ทุกอย่างจะพินาศต่อไปเรื่อยๆ

สุดท้าย เกาะสวยที่สุดในทะเลใต้ จะจางหายไปจากความทรงจำ

การฟื้นฟูจะเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบใดที่ปัญหายังคงอยู่

อธิบายตามหลักการไปหมดแล้ว ถึงเวลาอธิบายโดยใช้อารมณ์บ้าง”

  

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ดร.ธรณ์ ชี้ ขยะพลาสติกในทะเลกำลังย้อนกลับมาทำร้ายผู้ทิ้ง

Developed by sarunyacrop