รมว.สิ่งแวดล้อมเผย ขอโทษประชาชนที่ประสบปัญหาฝุ่นPM2.5 เตรียมนำแผนแก้วิกฤตเข้าครม.แนะใส่หน้ากากอนามัย –ลดใช้รถยนต์ในเขตเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาสถานการณ์ฝุ่น pm 2.5 ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลว่า ต้องขอโทษชาวกรุงเทพฯต่อสถานการณ์ฝุ่น pm 2.5 ที่เกิดซ้ำในหลายเขตพื้นที่ซึ่งมีค่าเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
เนื่องจากมีแรงกดอากาศมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมคาดว่าจะมาในเดือน ธ.ค.61 – ม.ค.62 แต่ในเดือน ต.ค.ก็มาแล้ว ดังนั้น มาตรการเร่งด่วนในช่วงนี้ จึงขอประชาชนและเด็กเล็กใส่หน้ากากอนามัย และขอความร่วมมือประชาชนในเขตเมืองลดการใช้รถยนต์บนถนน ซึ่งจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ วันนี้ (1 ต.ค.) เตรียมเซ็นมาตรการลดปัญหาฝุ่นละออง pm 2.5 เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายหลังนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนและกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ

นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในสามด้าน ได้แก่
1.การดูแลเชิงพื้นที่ ที่มีการเกิดมลพิษแตกต่างกันทั้งกลุ่ม 9 จังหวัดภาคเหนือเกิดจากการเผาไหม้ทางการเกษตร ส่วน กทม. ปริมณฑล ภาคกลาง เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และภาคใต้ เกิดจากพัดพามาจากประเพื่อนบ้าน
2.มาตรการลดการผลิต pm 2.5 ในระยะสั้น
3.มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษ ถ้ายังต่ำกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลุกบาศก์เมตร ทุกอย่างยังสามารถดำเนินการได้ปกติ แต่ถ้าขึ้นไปถึง 50-75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรก็ต้องเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวัง แต่หากเข้าถึงระดับ 75-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นขั้นอันตรายจะมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละพื้นที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เช่นการสั่งปิดโรงเรียน หรือไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่งผ่าน และหากเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถือว่าเข้าขั้นวิกฤตจะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการ เพื่อขอเสนอมาตรการต่อนายกรัฐมนตรีเพิ่มความเข้มข้น รวมถึงมาตรการตรวจวัดที่ปัจจุบันมีเครื่องอยู่แต่ยังไม่เพียงพอ และบางส่วนยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งต้องทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้
นอกจากนี้ นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการเฝ้าระวังจะแบ่งออกเป็นระยะสั้นและระยะยาว โดยต้องประสานกระทรวงพลังงานขอให้มีการใช้น้ำมันที่มีคุณภาพมากขึ้น เพิ่มมาตรฐานเครื่องยนต์ขึ้นจากยูโร 5 ไป ยูโร 6 ปี 2567 เพื่อลดการผลิตมลภาวะ รวมถึงการควบคุมการวางฝังเมืองและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
