ทส.ร่วมกับกลุ่มทรู ติดตั้งระบบเตือนภัยช้างป่าล่วงหน้า

ทส.ร่วมกับกลุ่มทรู ติดตั้งระบบเตือนภัยช้างป่าล่วงหน้า

ทส. ร่วมกับกลุ่มทรู นำร่องลุยแก้ปัญหาช้างป่ากุยบุรี ออกนอกพื้นที่ เปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า

 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(รมว.ทส.) เปิดเผย กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกลุ่มทรู ได้ลงนามความร่วมมือตามโครงการเฝ้าระวังช้างป่า ด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 โดยมีพื้นที่ชายป่ารอยต่อระหว่างเขตอนุรักษ์และพื้นที่เกษตรกรรม บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำลังเผชิญปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่า เป็นพื้นที่นำร่อง

ทั้งนี้เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวจึงมีแนวคิดการแก้ปัญหา โดยการใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (camera trap) และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Smart Early Warning System) ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนแบบทันทีทันใด (real time) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการส่งเสริมการคุ้มครองช้างป่าในพื้นที่ และจะเป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆด้วย

 

ด้าน ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน กลุ่มทรู กล่าวว่า สำหรับการทำงานของระบบ Elephant Smart Early Warning System จะติดตั้ง Camera trap พร้อม SIM และ SD Card บริเวณด่านที่ช้างออก รวม 25 ด่าน เมื่อช้าง หรือวัตถุใดๆ เคลื่อนไหวผ่าน กล้องจะทำการบันทึก และส่งภาพไปยังระบบ Cloud โดยเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการ (Control Room) จะทำการ screen และส่งภาพเข้ามือถือผ่าน e-Mail ของเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้ง เตือนให้ดำเนินการผลักดันช้างเข้าพื้นที่ป่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการผลักดันช้างได้รับแจ้งการผลักดันช้าง ผ่าน Application Smart Adventure หลังจากผลักดันช้างสำเร็จจะทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ อาทิ พิกัดด่านที่ช้างออก จำนวนช้าง เวลา ความเสียหาย เป็นต้น โดยระบบ Cloud จะทำการประมวลผล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาต่อไป

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ในการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ บริเวณพื้นที่ป่าก่อนถึงพื้นที่เกษตรกรรมของราษฎรจำนวน 25 จุด เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลผ่านศูนย์ฯดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันเข้าไปดำเนินการผลักดันช้างป่ากลับคืนเข้าไปในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ก่อนที่ช้างป่าจะออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของราษฎรได้อย่างทันท่วงที และจากการรายงานในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 จนถึงปัจจุบัน ระยะเวลา 10 เดือน พบว่า กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติดังกล่าว สามารถบันทึกภาพช้างป่า จำนวน 518 ครั้ง รวม 1,826 ภาพ แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ได้พบช้างป่าบางแห่งได้เกิดความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร เพียงจำนวน 27 ครั้ง เท่านั้น ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบจากข้อมูลเชิงสถิติในพื้นที่เฝ้าระวังช้างป่าก่อนมีการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติในช่วงเวลาเดียวกัน (พ.ย.60 – ส.ค.61) พบว่าช้างป่าได้ออกมา ทำลายพืชผล ทางการเกษตรของราษฎร จำนวน 628 ครั้ง และพบความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร จำนวน 217 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จจากการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการผลักดันช้างป่าได้อย่างทันท่วงที จึงทำให้อัตราความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรลดลงเป็นอย่างมาก

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ฝนถล่มเกาะช้าง 12 ชั่วโมง สะพานไก่แบ้ สัญจรไม่ได้

Developed by sarunyacrop