มีผลการวิจัยออกมาว่าการที่วัยรุ่นหญิงกินยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุยังน้อย แม้ตอนหลังได้เลิกยาไปแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้
จากรายงานการวิจัยที่พิมพ์ในวารสาร Journal of Child Psychology and Psychiatry โดยคริสติน แอนเดิร์ล และทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียได้ออกมาเปิดเผยว่า ยาคุมกำเนิดเข้าไปแทรกแซงความสมดุลของฮอร์โมนเพศในสมอง ซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาว เพราะช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของการพัฒนาสมอง สถิติที่น่าเป็นห่วงคือปัจจุบันนี้ผู้หญิงกินยาคุมกำเนิดทั่วโลกกว่า 100 ล้านคน และวัยรุ่นจัดเป็นกลุ่มใหญ่ของการใช้ยาคุมกำเนิด
ทีมวิจัยได้ศึกษาหญิงอเมริกัน 1,236 คน โดยส่วนใหญ่อายุระหว่าง 20-39 คน โดยมีการเก็บข้อมูลประวัติเกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิด นอกจากนี้นักวิจัยยังคุมทั้งอายุของการมีประจำเดือนครั้งแรก การมีเพศสัมพันธ์ สถานะความสัมพันธ์ในปัจจุบัน ตลอดจนสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม เชื้อชาติ รวมทั้งยาคุมกำเนิดที่ใช้ เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาถึงผลระยะยาว ซึ่งต่างจากอดีตที่ผ่านมาที่ศึกษาเพียงผลกระทบระยะสั้น และดูแค่การใช้ยาคุมกำเนิดในปัจจุบัน
จากการศึกษาพบว่าวัยรุ่นที่กินยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุยังน้อยมีโอกาสที่จะเป็นโรคซึมเศร้าถึง 16 % ขณะที่ผู้ไม่เคยกินเลยมีความเสี่ยง 10 % ส่วนคนที่กินตอนเป็นผู้ใหญ่มีความเสี่ยง 9 % แต่ถึงกระนั้นนักวิจัยก็ยังไม่สามารถสรุปแบบฟังธงว่าการใช้ยาคุมกำเนิดส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของโรคซึมเศร้า
นักวิจัยมีความเห็นว่าควรมีการศึกษาต่อยอดจากการวิจัยชิ้นนี้ให้มากขึ้น และไม่เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนจะได้รับผลกระทบในแบบเดียวกันจากการกินยาคุมกำเนิด แต่หวังว่าผลการวิจัยนี้จะเป็นสิ่งตระหนักให้วัยรุ่น ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองได้คุยกับแพทย์ถึงความเสี่ยงดังกล่าว ข้อดี ข้อเสีย ตลอดจนทางเลือกต่างๆ ยิ่งถ้าครอบครัวมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้า รายงานการวิจัยนี้ก็จะทำให้ระมัดระวังและตระหนักในการใช้ยาคุมกำเนิดมากขึ้น
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
อ่านแล้วจะร้องไห้ “ลักเงิน 160 บาท” เพื่อข้าวของลูก
