กรมอุทยานแห่งชาติฯ เผย “เสือโคร่ง” ในป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร เพิ่มขึ้นกว่า 50% จาก 41 ตัว ในปี 2553 เป็น 77 ตัวในปี 2562
อุทัยธานี – วันที่ 1 ก.ย.62 นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้กล่าวถึงสถานการณ์ “เสือโคร่ง” ในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันประชากรเสือโคร่งของโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าทั่วโลกมีจำนวนประชากรเสือโคร่งในป่าไม่เกิน 4,000 ตัว โดยปัจจัยคุกคามหลักต่อการอยู่รอดของประชากรเสือโคร่งมีสาเหตุจากการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ การลักลอบล่าเสือโคร่งและสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อ
ประเทศไทยมีประชากรเสือโคร่งอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ประมาณ 150-200 ตัว โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในผืนป่าตะวันตกและผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จากการติดตามตรวจวัดประชากรเสือโคร่งในพื้นที่มรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นใจกลางของผืนป่าตะวันตก
โดยการสำรวจด้วยกล้องดักถ่ายภาพอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเสือโคร่งที่ถ่ายภาพได้ในผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 41 ตัว ในปี 2553 เป็น 77 ตัวในปี 2562 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 50% โดยมีประชากรเสือโคร่งที่ประเมินได้อยู่ที่ 80-100 ตัว ในผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร

นอกจากนี้ ยังพบว่าเสือโคร่งในพื้นที่ มีการขยายพันธุ์ทุกปีและมีการกระจายพันธุ์ไปอาศัยอยู่ในพื้นที่คุ้มครองอื่นโดยรอบในป่าตะวันตก”นายสมโภชน์ กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง มีดังนี้
1.เสริมสร้างศักยภาพและมาตรฐานการลาดตระเวนให้มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมพื้นที่ให้มากขึ้นในพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยสำคัญของเสือโคร่งและพื้นที่อื่นที่ยังมีศักยภาพเป็นแหล่งอาศัย ทั้งนี้เพื่อให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์เหล่านั้นเป็นแหล่งอาศัยที่ปลอดภัยของเสือโคร่งและเพื่อให้ประชากรเสือโคร่งสามารถเพิ่มจำนวนประชากรได้มากขึ้น
2.เสริมสร้างประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายโดยปรับปรุง เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมสัตว์ป่าและสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องให้มีความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายในภูมิภาคทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี
3.สนับสนุนการติดตามประชากรเสือโคร่งและเหยื่อในพื้นที่ที่มีความสำคัญด้วยระบบที่มีมาตรฐาน โดยเน้นในพื้นที่ผืนป่าตะวันตก แนวเทือกเขาตะนาวศรีและผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ตลอดจนหาแนวทางฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในผืนป่าที่มีศักยภาพอื่นๆ เช่น กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว และกลุ่มป่าคลองแสง-เขาสก
4.รณรงค์สร้างจิตสำนึกให้สังคมและส่งเสริมสร้างความร่วมมือให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ เสือโคร่งและเหยื่อในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนเพื่อลดปัญหาการพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ให้น้อยลง
ขณะที่ปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง ในการประชุมสุดยอดผู้นำของประเทศที่เป็นแหล่งอาศัยของเสือโคร่ง 13 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย จีน อินเดีย เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เมื่อปี 2553 ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ได้มีการรับรองปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง เพื่อประกาศเจตนารมณ์ที่จะดำเนินงานกิจกรรรมต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่งของโลกโดยมีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในโลกเป็นสองเท่าในปี 2565
“ตามแผนปฏิบัติการปี 2553-65 ของประเทศไทยมีเป้าหมายในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ประชาการเสือโคร่งในประเทศไทยให้ได้ 50% โดยเน้นในผืนป่าตะวันตกและผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่” นายสมโภชน์ กล่าว
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
โพสต์ขอบคุณ จนท.ห้วยขาแข้ง คืนเสือให้ป่า
