“อนุทิน” เคาะงบ สสส. 3 พันกว่าล้าน เห็นชอบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-ยาสูบ ไม่อนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้าประเทศ ถือว่าผิดกฎหมาย-มีพิษ สั่งกรมควบคุมโรครณรงค์ทำความเข้าใจกับเยาวชน พร้อมให้ สธ.จัดกิจกรรมออกกำลังกายลดโรค ลดการแออัดในโรงพยาบาล
วันนี้ (16 ส.ค.62) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนฯ คนที่ 1 เข้าร่วมประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2562
ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่ง โดย ก่อนเริ่มประชุม นายอนุทิน พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ออกกำลังกายด้วย 12 ท่าบริหารร่างกายสไตล์ไทย ซึ่งประกอบด้วย
1.ท่าเตรียมพร้อม
2.ท่าสวัสดี
3.ท่ายักไหล่
4.ท่าบัวตูมบัวบาน
5.ท่ากระทบไม้
6.ท่าไผ่ลู่ลม
7.ท่านกขมิ้น
8.ท่ารำไทย
8.ท่าชกมวย
9.ท่าแจวเรือ
10.ท่าเหวี่ยงแห
11.ท่าดำนา
12.ท่าท้องฟ้า
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานและคึกคักอย่างมาก

การประชุมครั้งนี้นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ประชุมฯ เห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปี 2563 ซึ่งมีกิจกรรมโครงการต่างๆ ในปีนี้มีงบประมาณ 3,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 100 ล้านบาท ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดหลักที่สอดคล้องกับเป้าหมายและตัวชี้วัดแผนหลัก 3 ปี และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถึงร้อยละ 89.3
อาทิ เสริมประสิทธิภาพงานควบคุมยาสูบระดับเขตและจังหวัด ขับเคลื่อนงานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนเน้นอำเภอเสี่ยง 283 อำเภอ และแก้ปัญหารถจักรยานยนต์ในกลุ่มเสี่ยง เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน สถานประกอบการ และชุมชนตามแผนกิจกรรมทางกายชาติ ลดอัตราภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนในวัยเรียนให้น้อยกว่าร้อยละ 10
สนับสนุนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติและจังหวัดต้นแบบยุติเอดส์ เกิดกลไกระดับอำเภอดูแลสุขภาวะเด็กกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ กลุ่มคนไร้บ้านมีศักยภาพความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม สนับสนุนขับเคลื่อนด้านวิชาการ การใช้กัญชาทางการแพทย์ ให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้กัญชา กัญชง หรือพืชสมุนไพรอื่นๆ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีความพยายามที่จะนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า และสื่อสารว่าช่วยลดเลิกบุหรี่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรมควบคุมโรคยืนยันว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีพิษภัย และห้ามนำเข้า 100 เปอร์เซ็นต์ หากจะนำเข้าต้องมีการแก้กฎหมาย
ซึ่งในยุคนี้คงไม่มีใครทำเรื่องแบบนั้น เพราะจะเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน แม้จะมีนิโคตินในปริมาณน้อยกว่า แต่หากสูบผลลัพธ์ก็คือการเสพติดอยู่ดี ดังนั้นฝากให้กรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารสร้างความเข้าใจถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า
นอกจากนี้ นโยบายหนึ่งของนายอนุทินที่มอบให้กระทรวงสาธารณสุขไปดูแลคือรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ตั้งเป้า เป็นทางหนึ่งเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคต่างๆ แก้ปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
ไบโอไทย หนุน ‘อนุทิน’ แบนสารพิษ ชี้ทำจริงผลงานชิ้นเอก
