อัปเดตอาการพะยูนน้อย! “มาเรียม” ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึม ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเล็กน้อย มีภาวะติดเชื้อ ร่างกายอยู่ในภาวะแห้งน้ำมาก
นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง รายงานว่า วันที่ 15 ส.ค.62 เวลา 01.00 – 07.00 น. เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น จิตอาสา ทีมสัตวแพทย์ ทำการเฝ้าระวังอาการป่วยของลูกพะยูน (มาเรียม) ในบ่อผ้าใบ
โดยทำการสูบน้ำจากทะเลลงบ่อผ้าใบ ถ่ายน้ำออกจากบ่อพร้อมกันเป็นทำการวนน้ำ และต้มน้ำร้อนใส่ในบ่อ เพื่อปรับอุณหภูมิในบ่อให้เหมาะสมกับการดำรงอยู่ของมาเรียม ทีมสัตวแพย์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ทำการเฝ้าระวังตลอดเวลา

หัวหน้าเขตฯ ลิบง และเจ้าหน้าที่เขตฯ ลิบง ได้ออกตรวจลาดตระเวนและร่วมปรึกษาหารือกับทีมสัตวแพทย์เพื่อรับทราบความคืบหน้าการรักษาอาการป่วยของมาเรียม
ตลอดทั้งวันตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. เจ้าหน้าที่เขตฯ ลิบง ร่วมกับสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สัตวแพทย์กองทัพเรือ จิตอาสา และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง เฝ้าติดตามอาการของมาเรียม ซึ่งมีอาการทรงตัว ทีมแพทย์ต้องเฝ้าดูอาการตลอด 24 ชม. และเจ้าหน้าที่ได้ซ่อมท่อน้ำไว้สูบเข้าบ่อที่โดนคลื่นซัดจนแตกเมื่อคืนจนเสร็จใช้งานได้ตามปกติ

ด้านสุขภาพทั่วไป น้ำหนัก 31 กิโลกรัม ความยาวลำตัว 121 เซนติเมตร ความยาวรอบอก 75.5 เซนติเมตร พฤติกรรมและการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมมีอาการซึม และการตอบสนองเล็กน้อย ร่างกาย มีภาวะการแห้งน้ำมาก มีอาการเรอและผายลมเป็นระยะ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ พบภาวะติดเชื้อเนื่องจากค่าเม็ดเลือดขาวรวมสูงขึ้น ค่าเคมีเลือดอยู่ในระดับปกติ อัตราการหายใจเฉลี่ย 4 ครั้งต่อนาที อัตราการเต้นของหัวใจ 80 ครั้งต่อนาที การเต้นของหัวใจขณะพักผ่อน 104 ครั้งต่อนาที
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ทีมสัตว์แพทย์ได้จัดเตรียมแผนสำรองเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการเคลื่อนย้ายมาเรียม ถ้าหากมาเรียมมีอาการที่ไม่ดีขึ้น ทีมสัตวแพทย์จำเป็นจะต้องมีการเคลื่อนย้ายมาเรียมมารักษาในบ่อพยาบาลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิวิชัย วิทยาเขตตรัง
ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้เตรียมบ่ออนุบาลสัตว์ทะเล จำนวน 2 บ่อ คือบ่อแปดเหลี่ยม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 เมตร และบ่ออนุบาลขนาดใหญ่รวมทั้งมีระบบน้ำไหลเวียน เพื่อรองรับการอนุบาลน้องมาเรียม รวมทั้งได้เตรียมพร้อมบุคลากรรับมืออย่างเร่งด่วน
ส่วนแผนสำรองสุดท้าย อาจจะต้องเคลื่อนย้ายมาเรียมไปที่โรงพยาบาลศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต สำหรับการเคลื่อนย้ายไปจ.ภูเก็ตนั้น จะทำการเคลื่ิอนย้ายโดยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือภาคที่ 3
หากทีมสัตวแพทย์ลงความเห็นว่าจะต้องเคลื่อนย้ายมาเรียมอย่างเร่งด่วน กองทัพเรือก็สามารถทำได้ทันที เพราะ ผบ.ทัพเรือภาคที่ 3 ได้สั่งการเตรียมความพร้อมของกำลังพลไว้แล้วตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เตรียมย้าย “มาเรียม”มารักษา หลักช็อก 2 ครั้ง ติดเชื้อในปอด
