พล.อ.อภิรัชต์ เตือน อย่ามโนข่าว กลุ่มวางระเปิดป่วนกรุง ขอให้รับฟังการแถลงจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น ย้ำเป็นกลุ่มที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล ขอให้รอการสืบสวนขยายผลของตำรวจ ยอมรับการสาวถึงผู้บงการทำได้ยาก แต่ความซับซ้อนที่พึ่งพาเทคโนโลยีอาจทำให้เข้าถึงผู้บงการได้เช่นกัน
วันนี้(6 ส.ค.62 ) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบระเบิดหลายจุดทั่ว กทม.หลัง เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนาหน่วยงานในกองบัญชาการกองทัพบก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมกำลังพลทหารบก, กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก, กรมสารบรรณทหารบก และสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ครบรอบปีที่ 67 ว่า
การให้ข่าวทางโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ ต้องอ้างอิงจากตำรวจ โดยเฉพาะการให้ข่าวต้องติดตามการแถลงจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่ามโนกันไปเอง เพราะมีคนทั้งชอบและไม่ชอบก็ต่างมโนกันไป สื่อโซเชียลฯ หรือข่าวปลอมมีอิทธิพลมาก ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม บอกแล้วว่าเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นอย่างไร ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน
อีกทั้งบางครั้งข่าวที่ออกมาก็ยังไม่ผ่านการแถลงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถือเป็นหน่วยงานหลัก เนื่องจากตอนนี้ไม่มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) แล้ว ทางทหารจะรับผิดชอบเฉพาะงานด้านความมั่นคง กับกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รมน.)ปกติ เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีที่ควบคุมหน่วยงานด้านความมั่นคง จะเป็นผู้สั่งการในงานของทหารและตำรวจ โดยวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.) นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนตนก็จะต้องไปดูเรื่องการวางกำลังและการจัดกำลังใหม่กับแม่ทัพภาคที่ 4 ในการดูแลประชาชน
“ผมเคยพูดตั้งแต่สมัยเป็นแม่ทัพภาพที่ 1 ในคำว่า neighbor watch ตามหลักคือในส่วนของเพื่อนบ้าน เราต่างคนต่างดู แต่นี่คือบ้านเรา ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันดู ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบวัตถุต้องสงสัยต้องช่วยกันดูแล แต่ข่าวต่างๆ ที่ออกมาก็เบี่ยงเบนประเด็นบ้าง เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลก็ทำงานไปได้ด้วยดีแล้ว แต่เพิ่งทำงานไม่กี่วันก็มีเหตุระเบิด ผมขอร้องสื่อมวลชนให้ถามคำถามในเชิงสร้างสรรค์ หรืออย่าทำให้เกิดการตีความ เพราะบางข่าวพูดอีกอย่างแต่เสนออีกอย่าง หรือมีการตัดตอนข่าว หากเป็นอย่างนี้การสัมภาษณ์ก็ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน ไม่มีใครที่ไม่อยากเห็นประเทศตัวเองไม่สงบเรียบร้อย ผมอยากให้ฟังข่าวสารจากความมั่นคงที่ถูกต้องเป็นหลัก” ผบ.ทบ.กล่าวย้ำ
เมื่อผู้สื่อถามว่า สาเหตุของการก่อเหตุจะเกิดจากสิ่งใด พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า สาเหตุ เพราะต้องการทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น เนื่องจากเกิดเหตุในช่วงที่บ้านเมืองมีผู้นำต่างประเทศมาประชุมงานด้านการต่างประเทศ ซึ่งเราก็เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ในการประชุมอาเซียนเมื่อปี 52 ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่ จ.ภูเก็ต และที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตนก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นมาตลอด
“วัตถุประสงค์ของการดิสเครดิตต่างๆ ของรัฐบาลเกิดจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งไม่อยากบอกว่าเป็นฝ่ายใด แต่เชื่อว่าคนดีๆ เขาไม่ทำกัน และถามว่ารัฐบาลจะทำร้ายตัวเองเพื่ออะไร เพราะรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีเรื่องต่างๆ ที่จะต้องแก้ไข เพื่อนำพาประเทศชาติก้าวข้ามออกไปอีกมามาย รวมถึงต้องควบคุมคณะรัฐมนตรีที่มาจากหลายพรรคการเมือง ถือเป็นเรื่องการเมืองที่ไม่เกี่ยวกับผม ในส่วนของผมก็จะดูแลด้านความมั่นคง และดูแลทหารเป็นหลัก ซึ่งผมเพิ่งหารือกับเสนาธิการทหารบกและเจ้ากรมยุทธการทหารบก เรื่องการปรับแผนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้” ผบ.ทบ.กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยระบุไว้ ทางฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามความเคลื่อนไหวคนกลุ่มนี้ตลอดเวลาหรือไม่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า ยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงคนที่บงการหรือวางแผนทุกอย่างด้วยหลักกลยุทธ์และยุทธวิธี เพื่อให้มีคนไปดำเนินการปฏิบัติ ซึ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการ คนที่บงการส่วนใหญ่จะสืบไปถึงตัวได้ยาก ทำให้เราได้แต่คาดเดา และต้องใช้เวลาในการหาหลักฐาน ซึ่งขณะนี้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และตอบสนองนายกรัฐมนตรีได้
ในส่วนของกองทัพบกให้การสนับสนุนเรื่องข้อมูลข่าวสารที่เคยรวบรวมไว้ แต่กลุ่มเดิมที่ตนหมายถึงก็คือ กลุ่มเดิมที่เป็นมาสเตอร์มายด์ หรือผู้อยู่เบื้องหลังนั้น มีความคิดที่จะก่อเหตุในทุกรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการทำระเบิดหรือการทำข่าวปลอมก็ถือเป็นการบ่อนทำลายประเทศอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน
เมื่อถามว่า ใช่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวหา ตนไม่ได้อยู่ในฐานะนักการเมือง เนื่องจากตอนนี้ไม่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว ตนพูดในส่วนของความมั่นคงไม่ได้อ้างอิงเกี่ยวกับการเมือง แต่เราก็คนไทยด้วยกันหากประเทศเดินไปได้ในทุกเรื่องก็น่าจะเกิดความเรียบร้อย แต่การที่ยังมีคนวางแผนบงการ มีความคิดที่ไม่ยอมรับและไม่เคารพกติกา ตอนนี้ก็ขอให้ไปเล่นกันในสภาฯ
เมื่อถามว่า ผู้วางแผนหรือผู้บงการนั้นอยู่ในหรือนอกประเทศ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า มันอยู่ได้ทุกที่ ทุกหนทุกแห่งในโลกหรืออาจจะอยู่ในโลกออนไลน์ก็ได้ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนให้เป็นหูเป็นตาดูแลบ้านของทุกคน หากเห็นวัตถุต้องสงสัยก็ขอให้แจ้งมา เพราะประชานถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด เราต้องช่วยกันดูแลบ้าน เพราะประเทศไทยคือบ้านของพวกเราทุกคน
เมื่อถามว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว มั่นใจได้หรือไม่ว่าจะสาวไปถึงตัวผู้บงการได้ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องไปขยายผลในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิด คงต้องใช้เวลา บางครั้งที่มีการเรียกว่าตัดตอนคงไม่ใช่ง่ายๆ เพราะทุกอย่างมีความลึกลับซับซ้อน ยิ่งนานวันความลึกลับซับซ้อนของขบวนการมีเทคโนโลยีเป็นส่วนช่วยสามารถเข้าถึงง่าย แต่ในทางกลับกันจะสามารถเข้าถึงตัวผู้บงการได้ง่ายด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายเสนอให้ตัดงบฯ ของกองทัพ เพื่อไปซื้อกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมนั้น พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะกล้องวงจรปิดมีจำนวนมากอยู่แล้ว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบูรณาการในการใช้งาน เพราะทุกหน่วยงานมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด สังเกตว่าบางครั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถติดตามคนร้ายได้จากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ บางทีต้องใช้ของธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ ห้างร้าน ที่เขามีไว้ปกป้องในส่วนของเขาเอง แต่ตอนนี้มีระบบการออนไลน์แบบบูรณาการ รวมทั้งยังมีกล้องของ กทม. ตำรวจจราจร ทหาร และตำรวจ คือทุกคนมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด สามารถมาบูรณาการใช้ได้ ซึ่งการซื้อกล้องวงจรปิดก็ไม่ใช่ในส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
“บิ๊กป้อม”ยอมรับ ระเบิดป่วนกรุงโยงไฟใต้
