เศษปลาไม่ใช่ขยะ เปลี่ยนของเหลือจากอุตสาหกรรมประมง สู่ทรัพยากรใหม่

เศษปลาไม่ใช่ขยะ เปลี่ยนของเหลือจากอุตสาหกรรมประมง สู่ทรัพยากรใหม่

จากเศษปลาเหลือทิ้ง สู่ของมีมูลค่า เปลี่ยนขยะจากอุตสาหกรรมประมงให้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่

ปลา 1 ตัว อาจไม่ได้มีค่าแค่เนื้อที่อยู่บนจาน เพราะส่วนที่หลายคนมองว่าเป็น “ของเหลือ” อย่างหนัง เกล็ด กระดูก หัว หรือเครื่องใน อาจกลายเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อีกมากมาย เมื่ออุตสาหกรรมประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเติบโตขึ้น ปริมาณวัสดุเหลือจากการแปรรูปปลาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

งานวิจัยเรื่อง “Fish Waste: From Problem to Valuable Resource” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Marine Drugs ระบุว่า ปริมาณของเสียจากปลาอาจอยู่ที่ประมาณ 20–80% ของน้ำหนักปลา ขึ้นอยู่กับชนิดของปลาและกระบวนการแปรรูป เช่น การควักไส้ ขอดเกล็ด และการแล่เนื้อ คำถามจึงไม่ใช่แค่ “จะกำจัดเศษปลาอย่างไร?” แต่เป็น “เราจะเปลี่ยนสิ่งที่เหลือให้กลับมามีประโยชน์ได้อย่างไร?”

 

เศษปลาไม่ได้มีแค่คำว่า “ขยะ” 

ในกระบวนการแปรรูปปลา สิ่งที่เหลือทิ้งไม่ได้มีเพียงชิ้นส่วนที่ไร้ประโยชน์ แต่ยังมีสารอาหารและสารประกอบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

งานวิจัยระบุว่าเศษเหลือจากปลาสามารถเป็นแหล่งของ โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุ ขณะที่ส่วนต่าง ๆ ของปลามีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน เช่น หนังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ส่วนกระดูกและเศษเนื้อบางส่วนมีแคลเซียม ขณะที่หัวและเครื่องในมีไขมันอยู่ในปริมาณที่น่าสนใจ  นอกจากนี้ยังพบสารที่มีศักยภาพในการนำไปต่อยอด เช่น คอลลาเจน เปปไทด์ ไคติน กรดไขมันไม่อิ่มตัว เอนไซม์ และแร่ธาตุ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้

นี่จึงเป็นตัวอย่างของแนวคิด Circular Economy ที่พยายามเปลี่ยนระบบจาก “ผลิต–ใช้–ทิ้ง” ไปสู่การนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้นานที่สุด

 

หนังและเกล็ดปลา อาจกลายเป็น “คอลลาเจน”

หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ คอลลาเจนจากปลา

หนัง กระดูก เกล็ด และครีบปลาเป็นส่วนที่มีคอลลาเจน และสามารถนำไปผ่านกระบวนการสกัดเพื่อผลิตคอลลาเจนหรือเจลาตินได้ โดยงานวิจัยรวบรวมการนำคอลลาเจนจากเศษปลาไปประยุกต์ใช้ในหลายด้าน ตั้งแต่วัสดุชีวภาพ อาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงเครื่องสำอางและงานวิจัยด้านการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

ตัวอย่างเช่น มีการศึกษาการใช้คอลลาเจนจากหนังหรือเกล็ดปลาเป็นส่วนหนึ่งของวัสดุสำหรับงานด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ รวมถึงการพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับช่วยในการฟื้นฟูผิวและบาดแผล

ดังนั้น สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็น “เศษเหลือ” จากโรงงานแปรรูปปลา จึงสามารถกลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้

จากเศษเหลือ สู่ปุ๋ยและพลังงาน

เศษปลายังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางภาคเกษตรได้อีกด้วย งานวิจัยระบุว่าเศษปลาสามารถนำไปผ่านกระบวนการผลิตเป็น ปุ๋ยจากปลา หรือใช้เป็นส่วนประกอบในการเพิ่มสารอาหารให้กับปุ๋ยหมัก นอกจากนี้ ด้วยองค์ประกอบอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ เศษปลายังมีศักยภาพในการนำเข้าสู่กระบวนการย่อยแบบไม่ใช้ออกซิเจน เพื่อช่วยผลิตก๊าซมีเทนสำหรับใช้เป็นพลังงาน

พูดง่ายๆคือ เศษปลาที่ถูกมองว่าเป็นปลายทางของกระบวนการผลิต สามารถถูกนำกลับเข้าไปอยู่ในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง

 

ที่มา : pmc

 

ที่มาภาพ : ngthai

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ : ทำไมอาหารใกล้หมดอายุถึงยังขายได้? – ESG Universe

 

Developed by sarunyacrop