ลองนับไปพร้อมกันว่าอาหารเดลิเวอรี 1 มื้อ มาพร้อมบรรจุภัณฑ์และขยะกี่ชิ้น พร้อมวิธีลดขยะง่าย ๆ ที่เริ่มได้จากออเดอร์ของเรา
สั่งข้าวเดลิเวอรี 1 มื้อ เราได้ “ขยะ” กลับมากี่ชิ้น?
แค่หิวก็หยิบโทรศัพท์ เปิดแอป เลือกร้าน กดสั่งอาหาร แล้วรอไม่กี่สิบนาทีก็ได้มื้อโปรดมาถึงหน้าประตู แต่เคยลองนับไหมว่า อาหาร 1 มื้อที่เราสั่งเดลิเวอรี มาพร้อมขยะกี่ชิ้น?
ลองวางทุกอย่างที่มากับออเดอร์ลงบนโต๊ะ ตั้งแต่ถุงใส่อาหาร กล่องข้าว ถุงน้ำจิ้ม ช้อนส้อมพลาสติก กระดาษทิชชู ไปจนถึงถุงพลาสติกอีกชั้น แล้วจะพบว่าอาหารหนึ่งมื้ออาจไม่ได้มีเพียง “ข้าว 1 กล่อง” อย่างที่เราคิด
จาก 1 มื้อ กลายเป็นขยะกี่ชิ้น?
จำนวนขยะจากอาหารเดลิเวอรี ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร ร้านค้า และการเลือกบรรจุภัณฑ์ ลองจินตนาการถึงออเดอร์ง่าย ๆ อย่าง “ข้าวกะเพรา + ไข่ดาว + น้ำหนึ่งขวด”
สิ่งที่อาจได้รับกลับมามีทั้ง
- กล่องใส่อาหาร 1 ใบ
- ถุงใส่อาหาร
- ถุงใส่ช้อนส้อม
- ช้อนและส้อม
- ซองน้ำปลา/ซอส
- ถุงน้ำจิ้ม
- กระดาษทิชชู
- ถุงเครื่องดื่ม
- ขวดหรือแก้วเครื่องดื่ม
- ถุงพลาสติกสำหรับรวมอาหาร
จากอาหารที่กินหมดภายในไม่กี่สิบนาที บรรจุภัณฑ์หลายชิ้นอาจกลายเป็นขยะทันทีหลังมื้ออาหารจบ และถ้าเป็นเมนูที่มีเครื่องเคียงหรือซอสหลายอย่าง จำนวนชิ้นก็อาจเพิ่มขึ้นอีก
ทำไมเดลิเวอรีถึงมาพร้อมบรรจุภัณฑ์หลายชั้น?
เหตุผลหนึ่งคือ บรรจุภัณฑ์ต้องทำหน้าที่มากกว่าการใส่อาหาร กล่องต้องช่วยป้องกันอาหารหก ถุงต้องช่วยรวบรวมอาหารหลายชิ้นให้ขนส่งได้สะดวก ขณะที่ภาชนะขนาดเล็กถูกใช้สำหรับแยกน้ำจิ้ม เครื่องปรุง หรืออาหารที่ต้องการป้องกันไม่ให้สัมผัสกับเมนูหลัก
สำหรับร้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องความสะอาด ความปลอดภัยในการขนส่ง และประสบการณ์ของลูกค้า
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “บรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นไม่จำเป็น” แต่คือหลังจากอาหารถึงมือเราแล้ว บรรจุภัณฑ์จำนวนมากมีอายุการใช้งานสั้นมาก
กินหมดใน 20 นาที แต่บรรจุภัณฑ์อยู่ต่อ
สิ่งที่น่าสนใจของขยะจากเดลิเวอรีคือ อายุการใช้งานของบรรจุภัณฑ์อาจสั้นมาก เราอาจใช้กล่องหนึ่งใบใส่อาหารจากร้านมาถึงห้อง จากนั้นเปิดกล่อง กินอาหาร และทิ้งกล่องภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่การที่บรรจุภัณฑ์ถูกใช้เพียงครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่ามันจะหายไปหลังจากถูกทิ้ง ขยะจะต้องถูกนำไปจัดเก็บ คัดแยก ขนส่ง กำจัด หรือรีไซเคิล ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุและระบบจัดการขยะในพื้นที่นั้น โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหารที่มีคราบอาหารหรือประกอบด้วยวัสดุหลายชนิด อาจทำให้การคัดแยกและรีไซเคิลทำได้ยากขึ้น
แล้วกล่องที่เราแยกทิ้ง จะได้รีไซเคิลจริงไหม?
คำว่า “รีไซเคิลได้” กับ “ถูกนำไปรีไซเคิล” ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
บรรจุภัณฑ์บางชนิดอาจมีคุณสมบัติที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ แต่ในทางปฏิบัติยังขึ้นอยู่กับระบบเก็บรวบรวม การคัดแยก สภาพของวัสดุ และโรงงานที่สามารถนำวัสดุนั้นกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ เพราะฉะนั้น การทิ้งขยะให้ถูกประเภทจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา อีกส่วนหนึ่งคือ ลดขยะที่ไม่จำเป็นตั้งแต่ต้นทาง
วิธีง่าย ๆ ที่คนสั่งเดลิเวอรีทำได้
เราไม่จำเป็นต้องเลิกสั่งอาหารเพื่อช่วยลดขยะ เพราะเดลิเวอรีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว
สิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าคือการเริ่มจากออเดอร์ของตัวเอง เช่น
ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก
ถ้ากินที่บ้านหรือที่ทำงานและมีช้อนส้อมอยู่แล้ว การไม่รับอุปกรณ์แบบใช้ครั้งเดียวก็ช่วยลดขยะได้หนึ่งชุด
เลือก “ไม่รับเครื่องปรุง” หากไม่จำเป็น
น้ำปลา ซอส หรือซองเครื่องปรุงบางอย่างอาจถูกส่งมาพร้อมอาหารทั้งที่เราไม่ได้ใช้
สั่งอาหารรวมกันแทนการสั่งแยกหลายออเดอร์
หากสั่งอาหารหลายอย่างจากร้านเดียวกัน การรวมออเดอร์อาจช่วยลดจำนวนถุงและบรรจุภัณฑ์บางส่วนได้
เลือกภาชนะที่เหมาะกับการรีไซเคิลเมื่อมีตัวเลือก
หากร้านมีตัวเลือกบรรจุภัณฑ์หลายประเภท อาจเลือกวัสดุที่สามารถจัดการต่อได้ง่ายกว่า และหลังรับประทานควรแยกขยะตามระบบของพื้นที่
พกแก้วหรือภาชนะใช้ซ้ำในกรณีที่ร้านรองรับ
โดยเฉพาะเครื่องดื่ม การนำภาชนะกลับมาใช้ซ้ำช่วยลดการใช้ภาชนะครั้งเดียวได้
ลองนับออเดอร์ของตัวเองดู
ครั้งต่อไปที่กดสั่งอาหารเดลิเวอรี ลองอย่าเพิ่งทิ้งทุกอย่างทันที
วางบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดลงบนโต๊ะ แล้วลองนับดูว่า 1 มื้อของเราสร้างขยะกี่ชิ้น
5 ชิ้น?
10 ชิ้น?
หรือมากกว่านั้น?
คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “เราต้องเลิกสั่งเดลิเวอรีไหม?” แต่เป็น “จากขยะทั้งหมดนี้ มีชิ้นไหนที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ตั้งแต่แรกบ้าง?” เพราะการลดผลกระทบจากการบริโภคอาจไม่ได้เริ่มจากการเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากการ ไม่รับช้อนส้อม 1 ชุด หรือไม่รับซอสที่เราไม่ได้ใช้ ในออเดอร์ถัดไป
ที่มา : mdpi
เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ : 1 ชั่วโมงบน TikTok เกิดอะไรขึ้น “หลังหน้าจอ” บ้าง? – ESG Universe
