Sodium-ion Battery แบตเตอรี่จากเกลือ ทางเลือกใหม่ลดพึ่งพา Lithium

Sodium-ion Battery แบตเตอรี่จากเกลือ ทางเลือกใหม่ลดพึ่งพา Lithium

เกลือธรรมดาสู่แบตเตอรี่แห่งอนาคต เมื่อ Sodium-ion กำลังลดการพึ่งพา Lithium

 

เมื่อพูดถึง “แบตเตอรี่” หลายคนอาจนึกถึง Lithium-ion เป็นอันดับแรก แต่ในวันที่ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากรถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และ Data Center เทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังมองหาวัตถุดิบทางเลือกที่หาได้ง่ายและช่วยลดความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญ

หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจคือ Sodium-ion Battery หรือแบตเตอรี่โซเดียมไอออน ซึ่งใช้โซเดียมเป็นองค์ประกอบสำคัญแทนลิเธียม และโซเดียมก็เป็นธาตุที่พบได้ในเกลือทั่วไป

ล่าสุดสื่อ The Wall Street Journal รายงานว่า บริษัทสตาร์ตอัปในสหรัฐฯ เริ่มส่งมอบแบตเตอรี่ Sodium-ion เชิงพาณิชย์แล้ว สะท้อนว่าเทคโนโลยีที่เคยอยู่ในขั้นทดลองกำลังขยับเข้าสู่การใช้งานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าและ Data Center

ที่มา : scispec.co.th

 

จาก “เกลือ” สู่ทางเลือกใหม่ของแบตเตอรี่

หลักการของ Sodium-ion Battery มีความคล้ายคลึงกับ Lithium-ion Battery แต่เปลี่ยนไอออนที่ทำหน้าที่เคลื่อนที่ระหว่างขั้วไฟฟ้าจากลิเธียมเป็นโซเดียม

จุดเด่นสำคัญคือ โซเดียมมีอยู่ในธรรมชาติอย่างแพร่หลาย และไม่ได้พึ่งพาลิเธียมในลักษณะเดียวกับแบตเตอรี่ Lithium-ion ทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกจับตามองในฐานะทางเลือกที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ระบุว่า Sodium-ion Battery กำลังเข้าสู่ช่วงขยายการผลิต โดยผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง CATL และ BYD ต่างกำลังพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ขณะที่ปี 2026 อาจเป็นช่วงสำคัญต่อการขยายตัวของตลาด Sodium-ion Battery

 

ทำไมโลกต้องมองหาแบตเตอรี่ทางเลือก?

การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานทำให้ความต้องการแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เรื่องของ “วัตถุดิบ” กลายเป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่

ลิเธียมยังคงเป็นวัสดุสำคัญของแบตเตอรี่ในปัจจุบัน แต่ราคาสามารถผันผวนตามความต้องการของตลาด ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานของแบตเตอรี่ทั่วโลกยังมีการกระจุกตัวอยู่ในบางประเทศ

IEA มองว่า Sodium-ion สามารถเข้ามาช่วย กระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากใช้วัตถุดิบที่มีความหลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่ชนิดนี้จะปลอดจากปัญหาวัตถุดิบทั้งหมด เพราะ Sodium-ion บางเคมีสูตรยังคงใช้แร่สำคัญอื่น เช่น แมงกานีสหรือนิกเกิล และกระบวนการผลิตส่วนสำคัญยังมีการกระจุกตัวในจีน

ดังนั้น จุดแข็งของ Sodium-ion จึงไม่ใช่เพียง “ใช้เกลือแทนลิเธียม” แต่คือการเพิ่มทางเลือกให้กับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และลดการพึ่งพาวัตถุดิบเพียงไม่กี่ประเภท

 

เหมาะกับรถ EV หรือระบบกักเก็บพลังงาน?

แม้ Sodium-ion จะมีศักยภาพสูง แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับ Lithium-ion โดยเฉพาะเรื่อง ความหนาแน่นพลังงาน

ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า Sodium-ion รุ่นล่าสุดมีความหนาแน่นพลังงานสูงสุดประมาณ 175 Wh/kg ขณะที่แบตเตอรี่ LFP รุ่นล่าสุดสามารถทำได้สูงสุดราว 205 Wh/kg และแบตเตอรี่ NMC สูงกว่านั้นอีก ส่งผลให้ Sodium-ion ยังเสียเปรียบเมื่อต้องใช้กับรถยนต์ที่ต้องการระยะทางไกลและน้ำหนักแบตเตอรี่ที่ต่ำ

ด้วยเหตุนี้ การใช้งานที่มีแนวโน้มเหมาะสมกับ Sodium-ion จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึง ระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้า รถยนต์ระยะทางสั้น รถสองล้อ รถสามล้อ และอุปกรณ์อุตสาหกรรม

อีกหนึ่งจุดเด่นคือประสิทธิภาพในสภาพอากาศหนาว โดย IEA ระบุว่า Sodium-ion รุ่นใหม่สามารถรักษาความจุได้ประมาณ 90% ที่อุณหภูมิต่ำถึง -40 องศาเซลเซียส และสามารถทำงานได้ถึงประมาณ 70 องศาเซลเซียส

 

Data Center ก็เป็นตลาดที่กำลังจับตา

อีกปัจจัยที่ทำให้ Sodium-ion ได้รับความสนใจมากขึ้นคือการเติบโตของ Data Center และความต้องการไฟฟ้าจากเทคโนโลยี AI

ในเดือนกรกฎาคม 2026 ESS Tech เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานรุ่น Bridge ซึ่งใช้ Sodium-ion Battery และออกแบบมาเพื่อรองรับ Data Center โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยระบบสามารถกำหนดระยะเวลาการจ่ายไฟได้ตั้งแต่ประมาณ 1–16 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าระบบ

ขณะเดียวกัน CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลกก็เดินหน้าขยายตลาด Sodium-ion โดยมีแผนร่วมกับ Alfen เพื่อใช้งานระบบกักเก็บพลังงาน Sodium-ion ในยุโรปตะวันตก รวมกำลังการติดตั้งที่วางแผนไว้ 5 GWh ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

ที่มา : scispec.co.th

 

แบตเตอรี่จากเกลือ” จะมาแทน Lithium-ion หรือไม่?

คำตอบในตอนนี้คือ ยังไม่ใช่

Sodium-ion ยังมีข้อจำกัดด้านความหนาแน่นพลังงาน ต้นทุน และขนาดของห่วงโซ่การผลิต เมื่อเทียบกับ Lithium-ion ที่มีการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กว่าอย่างมาก

ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า ในปี 2025 การผลิต Sodium-ion ทั่วโลกยังมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของการผลิต Lithium-ion และกำลังการผลิตเซลล์ Sodium-ion ที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบันมีเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Lithium-ion

แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปคือ Sodium-ion ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “เทคโนโลยีทดลอง” อีกต่อไป เพราะเริ่มมีการผลิตและนำไปใช้งานจริงในหลายตลาด

ในมุมของ ESG การเกิดขึ้นของ Sodium-ion จึงมีความหมายมากกว่าการสร้างแบตเตอรี่ชนิดใหม่ เพราะเกี่ยวข้องกับ การกระจายความเสี่ยงด้านทรัพยากร การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่หลากหลาย การรองรับพลังงานหมุนเวียน และการเพิ่มทางเลือกให้กับระบบพลังงานในอนาคต

จากเกลือที่เราเห็นอยู่บนโต๊ะอาหาร เทคโนโลยี Sodium-ion กำลังพยายามเปลี่ยนโซเดียมให้กลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของโลกพลังงานยุคใหม่

และในวันที่โลกต้องการแบตเตอรี่มากขึ้นเรื่อย ๆ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “แบตเตอรี่แบบไหนดีที่สุด?” แต่คือ “เราจะสร้างระบบพลังงานที่ไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบเพียงไม่กี่ชนิดได้อย่างไร?”

 

ที่มา : iea.org

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ : สวทช. ปักหมุด “Food Surplus Credit” เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต กู้วิกฤตขยะอาหารไทย – ESG Universe

Developed by sarunyacrop