เปลือกกุ้งล็อบสเตอร์สู่ไบโอพลาสติก Shellworks เปลี่ยนขยะอาหารทะเลเป็นวัสดุรักษ์โลก

เปลือกกุ้งล็อบสเตอร์สู่ไบโอพลาสติก Shellworks เปลี่ยนขยะอาหารทะเลเป็นวัสดุรักษ์โลก

เปลือกกุ้งล็อบสเตอร์สู่ไบโอพลาสติก นวัตกรรม Shellworks เปลี่ยนขยะอาหารทะเลให้เป็นวัสดุแห่งอนาคต

ในแต่ละปี อุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลกสร้างขยะจากเปลือกกุ้ง ปู และล็อบสเตอร์จำนวนมหาศาล วัสดุเหล่านี้มักถูกกำจัดทิ้งทั้งที่ยังมีคุณสมบัติทางชีวภาพซ่อนอยู่ หากสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ก็อาจช่วยลดทั้งปริมาณขยะอินทรีย์และการพึ่งพาพลาสติกจากปิโตรเลียม

แนวคิดดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของ Shellworks โครงการที่พัฒนาเทคโนโลยีเปลี่ยนเปลือกสัตว์น้ำเหลือทิ้งให้กลายเป็น ไบโอพลาสติก ซึ่งสามารถขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย และเมื่อหมดอายุการใช้งานก็สามารถย่อยสลายได้โดยไม่ทิ้งไมโครพลาสติกไว้ในสิ่งแวดล้อม

เปลี่ยนของเสียจากอาหารทะเลให้กลายเป็นทรัพยากร

หัวใจของนวัตกรรมนี้อยู่ที่ ไคติน (Chitin) ซึ่งเป็นสารชีวภาพที่พบในเปลือกของสัตว์จำพวกกุ้ง ปู และล็อบสเตอร์ รวมถึงผนังเซลล์ของเชื้อรา โดยทีมพัฒนาได้นำไคตินมาผ่านกระบวนการแปรรูปจนกลายเป็นวัสดุชีวภาพที่สามารถขึ้นรูปได้

ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ ทีมงานเลือกใช้เปลือกสัตว์น้ำที่เหลือจากอุตสาหกรรมอาหารเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะมองว่าของเสียเหล่านี้ยังมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าใหม่ แทนที่จะถูกนำไปฝังกลบหรือกำจัดเป็นขยะเพียงอย่างเดียว

ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติแทนพลาสติกจากปิโตรเลียม

วัสดุที่ Shellworks พัฒนาขึ้นเกิดจากการนำไคตินมาผสมกับน้ำส้มสายชู ก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นวัสดุชีวภาพ โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเติมแต่งที่อาจส่งผลต่อการรีไซเคิลหรือการย่อยสลายในอนาคต

ผลลัพธ์คือวัสดุที่สามารถปรับคุณสมบัติได้ตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นความแข็ง ความยืดหยุ่น ความหนา หรือความโปร่งแสง ทำให้สามารถนำไปใช้แทนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในหลายรูปแบบ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับงานออกแบบ

ออกแบบเครื่องจักรเฉพาะเพื่อสร้างวัสดุชีวภาพ

นอกจากการพัฒนาวัสดุแล้ว Shellworks ยังออกแบบเครื่องจักรต้นแบบจำนวน 5 เครื่อง เพื่อรองรับกระบวนการผลิตทั้งหมด ได้แก่ Shelly, Sheety,
Vaccy, Dippy และ Drippy

แต่ละเครื่องมีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การสกัดวัตถุดิบ การผลิตแผ่นวัสดุ การขึ้นรูปด้วยสุญญากาศ การสร้างชิ้นงานสามมิติ ไปจนถึงการนำเศษวัสดุกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง แนวคิดนี้ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต

ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย

ด้วยคุณสมบัติที่สามารถปรับแต่งได้ วัสดุชีวภาพจาก Shellworks จึงสามารถนำไปผลิตเป็นสินค้าหลายประเภท เช่น

  • บรรจุภัณฑ์อาหาร
  • กระถางต้นไม้
  • ภาชนะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
  • บรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง
  • ผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปอื่น ๆ ที่เดิมใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

แนวคิดสำคัญคือการสร้างวัสดุที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงพลาสติกทั่วไป แต่เมื่อสิ้นสุดการใช้งานแล้วสามารถกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ง่ายกว่า ลดโอกาสการสะสมของขยะพลาสติกในระยะยาว

 

นวัตกรรมที่สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

Shellworks เป็นตัวอย่างของการนำหลัก Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ โดยเปลี่ยนของเสียจากอุตสาหกรรมอาหารให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตวัสดุใหม่ เพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรที่เคยถูกมองว่าไร้ประโยชน์

นอกจากช่วยลดปริมาณขยะแล้ว แนวคิดนี้ยังมีส่วนสนับสนุนการลดการใช้ทรัพยากรฟอสซิล และเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมมีทางเลือกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

แม้การทดแทนพลาสติกทั้งหมดจะยังต้องอาศัยการพัฒนาอีกหลายด้าน ทั้งต้นทุน การผลิตในปริมาณมาก และการยอมรับของตลาด แต่โครงการ Shellworks แสดงให้เห็นว่า “ขยะ” จากอุตสาหกรรมอาหารทะเลสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมวัสดุแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง

ที่มา : dezeen

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

https://esguniverse.com/content/หนังจากกระบอกเพชร

Developed by sarunyacrop