“KHAN” เล่าสะเอียบ จิตวิญญาณแห่งลุ่มน้ำยม เมื่อภูมิปัญญา ‘เหล้าแลกปลา’ 200 ปี ปฏิวัติสู่โมเดลเศรษฐกิจ 500 ล้าน

“KHAN” เล่าสะเอียบ จิตวิญญาณแห่งลุ่มน้ำยม เมื่อภูมิปัญญา ‘เหล้าแลกปลา’ 200 ปี ปฏิวัติสู่โมเดลเศรษฐกิจ 500 ล้าน

ท่ามกลางกระแสการเติบโตของสุราไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามองในฐานะ Soft Power อันทรงพลัง มีตำนานหนึ่งจากตำบลสะเอียบ จังหวัดแพร่ ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของ “หัวใจ” และ “ภูมิปัญญา” ได้อย่างน่าอัศจรรย์ นั่นคือเรื่องราวของ “KHAN” หรือสุราเล่าสะเอียบ มรดกตกทอดที่หยั่งรากลึกมานานกว่า 2 ศตวรรษ

โดยมีจุดเริ่มต้นอันเรียบง่ายจากวิถีชีวิตดั้งเดิมที่สุรากลั่นไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการค้า แต่คือสื่อกลางในการถักทอสายใยชุมชน ผ่านระบบการแลกเหล้ากับปลา หรือแลกพืชผักสวนครัว และนำมาเลี้ยงสังสรรค์กันในครัวเรือน จนเป็นที่รู้จักไปทั่วชุมชน

         

ทายาทรุ่นที่ 4 กับการยกระดับสุราชุมชน

กงล้อแห่งกาลเวลาได้หมุนวนมาสู่มือของ คุณยุทธพิชัย สลักหล่าย เจ้าของแบรนด์และทายาทรุ่นที่ 4 ผู้รับไม้ต่อในการยกระดับมรดกชิ้นนี้ให้กลายเป็นสุราถูกกฎหมายเจ้าแรกของจังหวัดแพร่ในปี 2546 ความน่าสนใจของแบรนด์เริ่มต้นตั้งแต่ชื่อ “ขาล” ซึ่งไม่ใช่เพียงชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อความสวยงาม แต่เป็นความบังเอิญที่สะท้อนถึงความเหนียวแน่นของสายเลือด

“ปีขาล” สายเลือด 4 รุ่น และอัตลักษณ์แห่งแพร่

เพราะคนในครอบครัวถึง 4 รุ่น เกิดในปีขาล หรือปีเสือ ตั้งแต่รุ่นคุณทวด อุ๊ยหม่อน รุ่นคุณยาย แม่อุ๊ย รุ่นคุณแม่ มาจนถึงตัวคุณยุทธพิชัยเอง ยิ่งไปกว่านั้น ปีขาลยังมีความผูกพันกับจังหวัดแพร่ ซึ่งมีพระธาตุช่อแฮเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีขาล ชื่อ KHAN จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการสืบทอดที่ไม่มีวันสูญสิ้น

ต้นน้ำภูเขาไฟ + ลูกแป้ง 200 ปี สูตรลับที่เลียนแบบยาก

ในแง่ของคุณภาพ KHAN ได้ชูอัตลักษณ์ที่เลียนแบบได้ยาก ด้วยการใช้ต้นทุนทางธรรมชาติอย่างแหล่งน้ำจากหล่มด้ง ซึ่งเป็นปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วและเป็นต้นทางของแม่น้ำยม ผสานกับลูกแป้งสูตรลับโบราณที่ตกทอดมากว่า 200 ปี และข้าวไทยคุณภาพดี ความพิถีพิถันนี้ทำให้ KHAN คว้ามาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ได้สำเร็จในปี 2569 พร้อมทั้งสร้างผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่าง เหล้ากล้วย ที่ใช้กล้วยหอมทองปลูกเองในสวน มาหมักกับลูกแป้งนานถึง 2 ปี จนได้ความละมุนและหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของธุรกิจจากระดับครัวเรือนสู่โมเดลเศรษฐกิจที่สร้างภาษีสรรพสามิตคืนสู่รัฐได้เกือบ 500 ล้านบาทต่อปี จากตำบลเล็กๆ แห่งนี้ ย่อมต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่

กฎหมาย และวิกฤตราคาพลังงาน ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

คุณยุทธพิชัยมองว่าอุปสรรคสำคัญไม่ได้มีเพียงข้อจำกัดด้านกฎหมายโฆษณา หรือใบอนุญาตผลิตที่ไม่เอื้อให้เรียกชื่อสุราสากลอย่างจินหรือวอดก้าได้โดยตรง แต่ยังรวมถึงวิกฤตราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ปัจจุบันแบรนด์จะยังประคองราคาสินค้าเพื่อผู้บริโภค และรอความชัดเจนจากนโยบายภาครัฐ แต่แนวโน้มราคาวัตถุดิบอย่างข้าว และเชื้อเพลิงจากฟืนที่อาจสูงขึ้นในอนาคต ทำให้ต้องมีการวางแผนกำหนดราคากลางที่ยืดหยุ่นตามสภาวะตลาดมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน และการรักษารสชาติดั้งเดิมให้คงที่เมื่อต้องเพิ่มกำลังการผลิต คุณยุทธพิชัยจึงตัดสินใจนำวิทยาศาสตร์เข้ามาปฏิวัติกระบวนการผลิต เปลี่ยนผ่านจากการใช้เพียงความรู้สึกและความชำนาญ มาเป็นการควบคุมเชิงระบบ มีการวัดค่า pH ตรวจสอบอุณหภูมิ และบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดในทุกขั้นตอนการหมัก ยิ่งไปกว่านั้น ยังยกระดับวัสดุและอุปกรณ์ภายในโรงงานมาเป็นสเตนเลสเกรดอาหาร 304 ทั้งระบบ เพื่อความสะอาดและทนทานตามมาตรฐานสากล

สุราชุมชนไทย ก้าวสู่เวทีโลก

การปรับตัวนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณภาพสินค้ามีความนิ่งและสม่ำเสมอ แต่ยังเป็นการสร้างธรรมาภิบาลในสายการผลิต ที่ทำให้สุราชุมชนไทยพร้อมก้าวไปสู่ระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ

การเดินทางของ KHAN ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่ 4 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำธุรกิจสุรา แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า รากเหง้าภูมิปัญญา หากถูกดูแลด้วยนวัตกรรมและความเข้าใจในบริบทโลก จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญ ที่ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ติดตามเรื่องราวของ KHAN เล่าสะเอียบ คลิก