ภาพความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย อันเป็นผลมาจากพายุดีเปรสชัน “เตี้ยนหมู่” ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชนทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางตอนบน พร้อมกับคำถามการเตรียมความพร้อมมาตรการรับมืออุทกภัยของภาครัฐ
วันนี้เรื่องดังกล่าวกำลังได้รับการตอบโจทย์จากนวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อรับมือภัยพิบัติ ด้วยผลงานของนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ชื่อว่า “Am (phi) bious” ซึ่งหากแปลตรงตัว อาจมีความหมายว่า “บ้านสะเทินน้ำ สะเทินบก”
ผลงานดังกล่าวชนะเลิศการประกวด แบบสถานีเรียนรู้การรับมือกับภัยพิบัติทางน้ำ ภายใต้โครงการ “Save Ubon” และปัจจุบันกำลังจะถูกก่อสร้างเพื่อใช้งานจริงในโรงเรียนบ้านหนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
การตอบโจทย์การรับมือปัญหาน้ำท่วม ด้วยนวัตกรรมในการอยู่ร่วมกับน้ำ หรือ “Living with Water” ด้วยตนเอง ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

“ธนบดี ธนะทักษ์” และ “นราชิต โครตพรหม” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มธ. เจ้าของแนวคิด “Am (phi) bious” อธิบายถึงผลงานนี้ว่า อาคารลอยน้ำหลังนี้ ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับเหตุการณ์นํ้าท่วม โดยในสถานการณ์ปกติจะใช้เป็นสถานีสำหรับนักเรียน โรงเรียนหนองกินเพล เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการรับมือและปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุนํ้าท่วม
แต่เมื่อเกิดสถานการณ์นํ้าท่วม อาคารหลังนี้จะถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้สอย ให้กลายเป็นศูนย์พักพิงสำหรับคนในชุมชน 20-30 คน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตขณะเกิดนํ้าท่วม และน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีพ ดังนั้นเราจึงออกแบบให้มีการแยกส่วนของนํ้าที่ใช้บริโภคกับนํ้าส่วนอื่นออกจากกัน
อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคืออาหาร ในอาคารจะมีพื้นที่สำหรับปลูกพืชผักสวนครัวที่ไม่ต้องนำไปแปรรูปหรือปรุงแต่งมาบริโภคเพื่อดำรงชีวิตได้

รูปแบบอาคารดังกล่าวมีความยืดหยุ่นในเรื่องของการใช้งานพื้นที่ คือสามารถลอยนํ้าได้ เป็นการปรับตัวให้สอดคล้องไปกับธรรมชาติและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมเข้ากับการคิดเป็นระบบโมดูลาร์ ทำให้สัดส่วนและขนาดง่ายในการจัดการและสามารถใช้วัสดุขนาดมาตรฐานที่หาซื้อได้ทั่วไป เพื่อลดปริมาณของวัสดุที่ต้องตัดทิ้ง ลดค่าใช้จ่าย ต้นทุนไม่บานปลายและเพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการก่อสร้างสำหรับทุกพื้นที่
ปัจจุบันอาคาร “Am (phi) bious” กำลังถูกก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้รับกับสถานกาณ์จริง ในลักษณะ “อาคารลอยน้ำ” โดยปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง ตามงบประมาณที่มีอยู่ จำนวน 200,000 บาท ซึ่งสามารถกลายเป็นศูนย์พักพิง รองรับผู้ประสบภัยได้ประมาณ 10 คน โดยคาดว่าจะสร้างได้เสร็จก่อนสิ้นปีนี้
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
Sony ออกแบบ “บ้านลอยน้ำ” ใช้อยู่อาศัยปี 2050 หลังน้ำทะเลท่วมสูง คนไร้ที่อยู่
