นักวิจัยไทย เผยความลับที่มา “ลูกปัดโบราณ” จากหลุมศพ ซ่อนเรื่องราวในอดีต โดยใช้แสงซินโครตรอน วิเคราะห์ด้วยเทคนิคอันซับซ้อน จนรู้คำตอบถึงยุคสมัย และเทคโนโลยีการผลิต
รศ.ดร.เสรีวัฒน์ สมินทร์ปัญญา จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณะวิจัย ได้นำลูกปัดโบราณ ขนาดเพียง 2 – 5 มล.ที่มีสีสันแตกต่างกัน 5 สีจากยุคทราวดี ที่ขุดพบในหลุมศพ 4 แห่งที่ จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.สระแก้ว มาวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนจากระบบลำเลียงแสงที่ 1.1W ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)

โดยใช้เทคนิคการเรืองรังสีเอกซ์ (XRF) วิเคราะห์ธาตุองค์ประกอบ และใช้เทคนิคการดูดกลืนรังสีเอกซ์ (XAS) ในช่วง XANES เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติทางเคมีของธาตุเจือที่อาจจะส่งผลถึงสีที่แตกต่างกัน
ผลจากการวิเคราะห์พบว่าอัตราส่วนของธาตุองค์ประกอบสามารถช่วยบ่งชี้แหล่งที่มาของลูกปัดได้ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงเลขออกซิเดชันของธาตุเจือเข้ากับสีที่ปรากฏได้



ทั้งนี้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์อธิบายได้ว่า ลูกปัดดังกล่าวมีที่มาจากแหล่งใด ทั้งยังเชื่อมโยงถึงเทคโนโลยีและยุคสมัยที่ผลิตขึ้นมา เนื่องจากวัสดุตั้งต้นและกระบวนการผลิตที่ต่างกันทำให้ปริมาณสัดส่วนของธาตุและคุณสมบัติทางเคมีแตกต่างกัน
งานวิจัยนี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าแสงซินโครตรอนช่วยไขปริศนาและฉายภาพของอดีตได้ แม้ตัวอย่างที่นำมาศึกษานั้นจะมีขนาดเล็กและมีปริมาณธาตุเจือเพียงเล็กน้อย โดยงานวิจัยนี้ยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Scientific Reports ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้วย


เรื่องที่น่าสนใจ
แนะสังเกตอาการ “โควิดลงปอด” แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มอิ่ม
