กรณี รัฐบาลญี่ปุ่น สั่งระงับการใช้วัคซีนโมเดอร์นา รวมทั้งหมด 3 ล็อตที่มีสายการผลิตมาจากโรงงานในสเปน จำนวน 1.63 ล้านโดส หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบมีการปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอมบางชนิดในขวดวัคซีนโมเดอร์นา ที่ใช้แล้ว 39 ขวด ซึ่งใช้ในการฉีดวัคซีนใช้กับประชาชนไปกว่า 3,800 คนนั้น
ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งร่วมกับ บ.โมเดอร์นา ของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 และบริษัทเวชภัณฑ์ทาเคดะของญี่ปุ่น ได้ร่วมกันสืบสวนถึงสาเหตุ ซึ่งใช้ระยะเวลา 5 วัน (28 ส.ค.- 1 ก.ย.64)
ก่อนที่จะสรุปผลการสันนิษฐานในเบื้องต้น ว่า สิ่งที่ปนเปื้อนในวัคซีน คือ แสตนเลส โดยอาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งโลหะแสตนเลสอย่างไม่เหมาะสม ในสายการผลิตของโรงงานในประเทศสเปน จนเกิดการเสียดสีกันระหว่างโลหะ 2 ชิ้น และหลุดลงไปปนเปื้อนในขวดวัคซีน
จากการคาดการณ์ของ โมเดอร์นา แสตนเลสที่ปนเปื้อนดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบด้านสุขภาพให่กับชาวญี่ปุ่น หลายพันคนที่ได้รับวัคซีนในล็อตดังกล่าว แต่ก็ยอมรับว่า การฉีดอนุภาคโลหะเข้าไปในกล้ามเนื้อ อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาเฉพาะได้
อย่างไรก็ตาม โมเดอร์นา ยืนยันว่า นอกจากวัคซีนทั้ง 3 ล็อตดังกล่าวแล้ว ไม่มีวัคซีนล็อตอื่นๆ จากโรงงานในสเปนที่พบการปนเปื้อนอีก โดยจากข้อมูล พบว่ามีคนได้รับวัคซีนป้องกันโควิดของโมเดอร์นา แล้วทั่วโลกกว่า 110 ล้านคน จาก 45 ประเทศ
