จุฬาฯ พัฒนา “หุ่นยนต์ดูดวัคซีน” เพิ่มวัคซีนได้จากเดิม 10 เป็น 12 โดส ลดปริมาณการสูญเปล่า

จุฬาฯ พัฒนา “หุ่นยนต์ดูดวัคซีน” เพิ่มวัคซีนได้จากเดิม 10 เป็น 12 โดส ลดปริมาณการสูญเปล่า

รอยเตอร์ รายงานผลการพัฒนาหุ่นยนต์บรรจุวัคซีนอัตโนมัติ ของคณะนักวิจัย จุฬาฯ เพิ่มประสิทธิภาพการดึงวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ออกจากขวด จาก10 โดส เป็น 12 โดส ช่วยลดปริมาณวัคซีนสูญเปล่า

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า คณะนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาหุ่นยนต์ “AutoVacc” หรือเครื่องแบ่งบรรจุวัคซีนอัตโนมัติ ซึ่งสามารถดึงวัคซีน “แอสตร้าเซนเนก้า” ออกจากขวดได้ 12 โดสภายใน 4 นาที โดยเริ่มใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 23 ส.คง64 ที่ผ่านมา

“จุฑามาศ รัตนวราภรณ์” หัวหน้าทีมวิจัยของศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “AutoVacc” หรือ “หุ่นยนต์ดูดวัคซีน” สามารถดึงปริมาณวัคซีนมาใช้ได้มากกว่าแรงคน ประมาณ 20% หรือจาก 10 โดสเป็น 12 โดส ภายใน 4 นาทีซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการกระจายวัคซีน และลดความเหนื่อยล้าจากการใช้บุคลากรทางการแพทย์ในการดูดวัคซีนสู่เข็มฉีด

“วัคซีนแอสตร้าฯ 1 ขวด บรรจุ 10 โดส หรือฉีดได้ 10 คน แต่ทางบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เติมปริมาตรวัคซีนให้เป็น 13 โดส หากใช้บุคลากรคนในการดูดวัคซีน ก็จะได้ 10 โดส เนื่องจากใน 1 รอบ หากเกิดการสูญเสียวัคซีน แต่หากใช้หุ่นยนต์ จะสามารถดูดได้ 12 โดส โดยวัคซีนไม่สูญเปล่า

ทั้งนี้ การเพิ่มจำนวนวัคซีนดังกล่าว จะเท่ากับว่า หากมีวัคซีนแอสตร้าฯ จำนวน 1 ล้านโดส สำหรับ 1 ล้านคน เมื่อใช้หุ่นยนต์นี้ จะช่วยเพิ่มให้สามารถฉีดวัคซีนให้คนได้เป็น 1.2 ล้านคน ดังนั้นการพัฒนา AutoVacc ช่วยเพิ่มปริมาณวัคซีน หรือลดโอกาสการสูญเสียวัคซีนไป

สำหรับการผลิต AutoVacc เพื่อนำออกมาใช้งานนั้น คาดว่าจะสามารถผลิตได้ 20 เครื่อง ภายใน 3-4 เดือน ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากรัฐบาล หากจะต้องกระจายหุ่นยนต์ดังกล่าวไปทั่วประเทศ เนื่องจากเครื่องต้นแบบมีราคา 2.5 ล้านบาท นอกจากนี้ทีมวิจัยยังมีแผนที่จะพัฒนาหุ่นยนต์แบ่งดูดวัคซีน “ไฟเซอร์” และ “โมเดอร์นา” อีกด้วย

 

เรื่องที่น่าสนใจ

ทส. เสนอเพิ่ม สัตว์ป่าคุ้มครอง 7ชนิด ยกสถานะ “ฉลามวาฬ-เต่ามะเฟือง-วาฬบูรด้า” เป็นสัตว์ป่าสงวน