หมอยง ชี้ฉีด “แอสตร้าฯ” กระตุ้นเข็ม 3 พบภูมิขึ้นเกือบ 100% ป้องกัน เดลตา ได้

หมอยง ชี้ฉีด “แอสตร้าฯ” กระตุ้นเข็ม 3 พบภูมิขึ้นเกือบ 100% ป้องกัน เดลตา ได้

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ เผยข้อมูลฉีดซิโนแวค 2 เข็ม แล้วบูสด้วยแอสตร้าฯ 1 เข็ม พบว่า แอนติบอดี้ขึ้นสูงมากกว่า 100 เท่า มีภูมิขึ้น 100% ป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ดีมากเกือบ 100%

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการวัคซีนป้องกันโควิด19 โดยแบบการฉีดไขว้ และการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ว่า ผลจากการศึกษาความปลอดภัยและภูมิต้านของ วัคซีน “ซิโนแวค” และ “แอสตร้าเซนเนก้า” ที่นำมาปรับเป็นสูตรไขว้

โดยพบว่าในคนไข้ที่ฉีดสลับวัคซีน 70-80 คน มีค่าไตเตอร์หรือภูมิคุ้มกันสูงเท่ากับฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม และขณะเดียวกันแอนติบอดี้ก็เพิ่มขึ้นหลังฉีดห่างกันเพียง 3 สัปดาห์ ต่างจากแอสตร้าฯที่ต้องฉีดห่างจากเข็มแรกกัน 8-10 สัปดาห์ แต่ย้ำว่าการฉีดสลับต้องเริ่มต้นด้วย วัคซีนเชื้อตายถึงจะดี หากฉีดด้วยแอสตร้าฯ เข็มแรกตามด้วยซิโนแวค ค่าภูมิคุ้มกันจะขึ้นต่ำมาก

ด้านการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม3 ในบุคลากรทางการแพทย์นั้น จากข้อมูลผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม แล้วกระตุ้นด้วย แอสตร้าฯ 1 เข็ม จำนวน 500 คน ในจำนวน 190 คนพบว่า แอนติบอดี้ขึ้นสูงมากกว่า 100 เท่า เมื่อเทียบกับซิโนแวค 2 เข็ม และค่าการตรวจภูมิคุ้มกัน หรือ The surrogate Virus Neutralization Test(sVNT) พบว่า sVNT ต่อสายพันธุ์ปกติ (Wild type) และสายพันธุ์อัลฟ่า จะมีภูมิขึ้น 100%

ขณะที่ค่าการตรวจภูมิคุ้มกัน ต่อสายพันธุ์เดลตา นั้นแอนติบอดี้ดีมากเกือบ 100% แต่ภูมิจะลดลง เมื่อใช้ในสายพันธุ์เบตา

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาภูมิต้านทานการให้วัคซีนแต่ละชนิดในประเทศไทย พบว่า แอนติบอดี้ในไฟเซอร์และโมเดอร์นาชนิด mRNA สูงกว่าซิโนแวคเชื้อตายถึง 17 เท่า และแอสตร้าฯ ชนิดไวรัสเวกเตอร์ สูงกว่าซิโนแวค 9 เท่า

ขณะเดียวกัน แอนติบอดี้ที่พบในซิโนฟาร์ม และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันไม่สูงเท่า mRNA ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ รวมถึงประชากรเด็ก โดยเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป จะต้องได้รับวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูง

 

เรื่องที่น่าสนใจ

กทม.จัดบริการ “รถฉีดวัคซีนถึงบ้าน” เข้าถึงชุมชน ลดความเสี่ยง