องค์การเภสัชกรรม เริ่มทดสอบวัคซีนโควิด-19 “HXP–GPOVac” นวัตกรรมเชื้อตายชนิดลูกผสม ในมนุษย์ระยะที่ 2 อาสาสมัคร 250 คน หลังศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 1 พบผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นที่น่าพอใจ คาดเริ่มผลิตได้กลางปี 2565
นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า หลังจาก อภ.ได้ดำเนินการวิจัยพัฒนาผลิตวัคซีนป้องกัน โควิด-19 “HXP–GPOVac” นับเป็นวัคซีนโควิดชนิดแรกของประเทศไทยที่ได้วิจัยในมนุษย์ โดยขณะนี้การศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 1 ได้ผลการวิเคราะห์ภูมิคุ้มกันที่ 14 วัน หลังจากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว
.
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ได้เริ่มทำการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 2 โดยวิจัยในอาสาสมัคร จำนวน 250 คน อายุ 18-75 ปี ที่มีสุขภาพดี ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทุกชนิดมาก่อน และไม่เคยเป็นผู้ป่วยมาก่อน
สำหรับการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 1 และ 2 นี้ อภ.ได้ให้คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล เป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัย โดยวัคซีน HXP–GPOVac ได้รับสนับสนุนจากองค์กร PATH ที่ได้ส่งมอบหัวเชื้อวัคซีนต้นแบบ มาทำการพัฒนาและผลิตเป็นวัคซีน จากนวัตกรรมเชื้อตายชนิดลูกผสม (Inactivated chimeric vaccine) ผลิตด้วยเทคโนโลยีไข่ไก่ฟัก (Egg-based) เช่นเดียวกับการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และนำเข้าสู่กระบวนการวิจัยในมนุษย์ได้สำเร็จในระยะเวลา 10 เดือน
โดยเมื่อการศึกษาวิจัยในมนุษย์ครบทั้ง 3 ระยะ และได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization, EUA) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำเร็จ คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในกลางปี 2565 โดยจะสามารถผลิตได้ 20-30 ล้านโดสต่อปี ในเบื้องต้น “วัคซีน HXP–GPOVac” จะสามารถรองรับการฉีดเพื่อป้องกัน COVID-19 ให้ชาวไทยได้ 10-15 ล้านคน
ด้าน ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ หัวหน้าโครงการ “วัคซีน HXP–GPOVac” องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว จะมีอาการไม่พึ่งประสงค์ไม่รุนแรง เช่น ปวดกล้าม ปวดหัว เพียงระยะหนึ่งแล้วหาย
ส่วนผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน พบว่าวัคซีนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันและยับยั้งไวรัสได้ในระดับที่น่าพอใจ และผ่านเกณฑ์เข้าสู่การศึกษาวิจัยในระยะที่ 2 แล้ว โดยทีมวิจัยจะศึกษาเกี่ยวกับการกระตุ้นบูสเตอร์โดส และการยับยั้งเชื้อกลายพันธุ์ เนื่องจากในอนาคตอาจมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นต่อไป

เรื่องที่น่าสนใจ
เปิดตัว “ไรเดอร์ออมสินห่วงใย” ส่งยาต้านไวรัส-เวชภัณฑ์ ผู้ติดเชื้อโควิดรักษาตัวที่บ้าน
