กรมอนามัย เตือน! ห้ามสูดดมสารเคมี ระเบิดจากโรงงาน พบเป็นสารอันตรายก่อมะเร็ง

กรมอนามัย เตือน! ห้ามสูดดมสารเคมี ระเบิดจากโรงงาน พบเป็นสารอันตรายก่อมะเร็ง

กรมอนามัย ก.สาธารณสุข เตือนประชาชนในพื้นที่ ห้ามสูดดมสารเคมี ระเบิด ซ.กิ่งแก้ว เนื่องจากเป็นสารอันตรายก่อมะเร็ง ด้านนักวิจัย ชี้หน้ากากป้องกันโควิดเอาไม่อยู่ ชี้ควรเร่งเก็บกู้

จากเหตุการณ์ไฟไหม้และเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง โรงงานผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติกบนเนื้อที่หลายสิบไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 15 ซอยกิ่งแก้ว 21 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จนทำให้มีรัศมีการทำลายสิ่งปลูกสร้างต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรงงาน บ้านเรือนประชาชน และแรงสั่นสะเทือนรวมถึงเสียงระเบิดที่รับรู้ได้ถึงเขตบางนา ลาดกระบัง บางบ่อ แม้แต่เขตอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ไกลจากที่เกิดเหตุหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาตี 3 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าหลังเกิดเหตุ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และจากการประเมินสถานการณ์ คาดว่าไม่น่าจะปลอดภัยเนื่องจากเปลวไฟยังลุกโหมอย่างรุนแรงและเข้าประชิดตัวถังบรรจุเคมีขนาดใหญ่ของโรงงาน จึงได้มีการประกาศให้ประชาชนทั้งหมดที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรทำการอพยพ ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่า หากควบคุมเพลิงไม่ได้ถังบรรจุเคมีขนาดใหญ่อาจเกิดการระเบิดซ้ำอีกได้

ล่าสุด กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในพื้นที่ซอยกิ่งแก้ว 21 หมู่ที่ 15 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อเลี่ยงการสูดดมกลิ่นควันไฟจากโรงงานโฟมระเบิดเนื่องจากเป็นสารเคมี สไตรีนโมโนเมอร์ ซึ่งเป็นสารอันตรายต่อร่างกาย และเป็นสารก่อมะเร็ง

ขณะที่ รศ.ดร.กิติกร จามรดุสิต หัวหน้าโครงการวิจัย ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า สารสไตรีนโมโนเมอร์ จัดเป็นสารก่อมะเร็งและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งตามข้อกำหนดแล้วต้องมีเฉลี่ยในชั้นบรรยากาศได้ไม่เกิน 1.7 ไมโครกรัมต่อปริมาตรอากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร ค่าเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงไม่เกิน 7.6 ไมโครกรัมต่อปริมาตรอากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร

เมื่อเกิดระเบิดแล้วมีการเผาไหม้ สารเคมีเหล่านี้จึงเกิดการเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์ สังเกตได้จากควันไฟสีดำและสีเทา โดยการเผาไหม้ของไฮโดรคาร์บอนทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอออกไซด์ ซึ่งปนกับสารที่เป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย เมื่อสูดดมเข้าไปจะหมดสติ วิงเวียนศีรษะ และหากสูดดมสไตรีนกับเบนซีน จะเกิดการระคายเคืองระบบหายใจ และก่อมะเร็ง

สิ่งกังวลผลกระทบระยะสั้นที่เห็นชัดเจน คือ การสูดดมเป็นปัญหา หน้ากากอนามัยที่ใช้ป้องกันโควิด-19 ไม่สามารถป้องกันได้เพราะเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย ต้องอาศัยหน้ากากที่ป้องกันสารอินทรีย์แต่จะปกคลุมอยู่นานแค่ไหนก็ต้องอาศัยโชคช่วยในเรื่องของลม ความชื้น และฝน หากฝนตกก็จะช่วยให้ลดในส่วนของควันก๊าซ แต่ก็จะส่งผลต่อในระยะยาว กล่าวคือ หากสัมผัสกับความชื้นในอากาศ หรือมีฝนตก ก๊าซที่ลอยอยู่ในอากาศและสารตกค้างเหล่านี้จะตกลงสู่พื้นดินกระจายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เกิดการปนเปื้อนทั้งต้นไม้ แหล่งน้ำผิวดิน และไหลซึมลงแหล่งน้ำใต้ดินได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องวางแผนการบริหารจัดการไม่ให้ส่งผลกระทบในระยะยาว รวมถึงต้องมีแผนการบริหารจัดการกู้คืนสถานการณ์ในระยะยาว

 

เรื่องที่น่าสนใจ

ด่วน! จนท.เจ็บ 3 ดับ 1 ราย สั่งถอนกำลังออกจากโรงงาน หลังไฟลามเข้าใกล้ถังน้ำมัน