รองหัวหน้า “ปชป.” แฉ “บินไทย” ใจป้ำเปย์ค่าน้ำมัน ”บิ๊กบินไทย” เดือนละ 7.5 หมื่น

รองหัวหน้า “ปชป.” แฉ “บินไทย” ใจป้ำเปย์ค่าน้ำมัน ”บิ๊กบินไทย” เดือนละ 7.5 หมื่น


โอ้แม่เจ้า! รองหัวหน้า“ปชป.” แฉ การบินไทย ใจป้ำ เปย์ค่าน้ำมันผู้บริหาร เดือนละ 75,000 ถาม!เหมาะสมหรือไม่?

 

ประชาชนจำนวนไม่น้อย ต่างกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการบริหาร จัดการต่าง ๆ ของการบินไทย สายการบินระดับตำนานของประเทศไทย เหตุใดจึงเป็นหนี้ท่วมมหาศาลขนาดนี้

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 มิ.ย.) กลายเป็นประเด็นสุดร้อนระอุอีก เมื่อ “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแฉ “ค่าน้ำมันรถ” ของผู้บริหารในระดับสูงของการบินไทย ที่ได้สูงถึงเดือนละประมาณ 75,000 บาท โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของตน ได้แจกแจงรายละเอียดดังนี้

โอ้โห! ค่าน้ำมันรถ บิ๊กบินไทย 75,000 บาท/เดือน

การบินไทยใจป้ำ จัดหนัก แถมค่าน้ำมันรถให้ผู้บริหารระดับสูง 75,000 บาท/เดือน ออนท็อปเงินเดือน 700,000 บาท การให้ค่าน้ำมันรถรวมเป็นแพ็กเกจค่าจ้างถือเป็นเงื่อนไขการจ้างที่ทำกันได้ แต่ต้องมีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับพนักงานทั้งหมดในองค์กร

การบินไทยได้จ่ายค่าเดินทาง (Transportation Allowance) หรือที่เรียกกันว่าค่าน้ำมันรถให้แก่พนักงานตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปที่จำเป็นต้องออกไปติดต่องานภายนอก ดังนี้

 

 

ระดับ 8 หรือผู้จัดการแผนก เงินเดือนสูงสุด 83,000 บาทได้รับค่าน้ำมันรถ 2,915 บาท/เดือน
ระดับ 9 หรือผู้จัดการกอง เงินเดือนสูงสุด 108,000 บาท ได้รับค่าน้ำมันรถ 3,200 บาท/เดือน
ระดับ 10 หรือผู้อำนวยการ เงินเดือนสูงสุด 150,000 บาท ได้รับค่าน้ำมันรถ 6,900 บาท/เดือน
ระดับ 11 หรือผู้อำนวยการใหญ่ (VP) เงินเดือนสูงสุด 240,000 บาท ได้รับค่าน้ำมันรถ 70,000 บาท/เดือน
ระดับ 12 หรือผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (SVP) ได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์เท่ากับ VP
ระดับ 13 หรือรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (EVP) เงินเดือน 650,000-700,000 บาท ได้รับค่าน้ำมันรถ 75,000 บาท/เดือน

จะเห็นว่าค่าน้ำมันรถของพนักงานระดับ 8-10 มีความเหมาะสม ไม่สูง แต่ค่าน้ำมันรถของพนักงานระดับ 11-13 นั้นสูงมาก โดยการบินไทยอ้างว่าพนักงานระดับนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงที่ต้องมีรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ แต่มีข้อโต้แย้งจากพนักงานที่ดำรงตำแหน่งในระดับดังกล่าวว่าตัวเองมีรถอยู่แล้ว ขอให้เปลี่ยนเป็นค่าน้ำมันและค่าจ้างคนขับแทน

การจ่ายค่าน้ำมันรถให้พนักงานระดับ 13 หรือรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (EVP) เป็นเงิน 75,000 บาท/เดือน เมื่อรวมกับเงินเดือนประมาณ 650,000-700,000 บาท และเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 9% ของเงินเดือนหรือคิดเป็น 58,500-63,000 บาท EVP จะมีรายได้รวมประมาณ 783,500-838,000 บาท/เดือน ซึ่งถือว่าสูงมาก จึงมีข้อท้วงติงจากพนักงานอื่นดังนี้

1. ในความเป็นจริง EVP ไม่ได้นำเงินค่าน้ำมันรถที่การบินไทยจ่ายให้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ดังจะเห็นได้จาก เมื่อจะเดินทางไปติดต่องานภายนอกก็ยังคงเบิกรถและคนขับจากส่วนกลางของการบินไทยไปใช้เป็นประจำ

2. EVP เป็นพนักงานที่มีสัญญาจ้างเช่นเดียวกับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) แต่ DD ซึ่งได้รับเงินเดือนประมาณ 800,000 บาท เหมารวมทุกอย่าง ดังนั้น EVP ก็ควรได้รับเฉพาะเงินเดือนประมาณ 650,000-700,000 บาท เหมารวมทุกอย่างเช่นเดียวกัน ไม่ควรจะได้รับค่าน้ำมันรถและเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มเติมอีกต่างหาก

การบินไทยกำลังเดินเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในเร็ววันนี้ หากไม่ปิดรูรั่วการใช้เงิน ระวังจะก้าวลึกเกินกว่าการฟื้นฟูกิจการ นั่นคือล้มละลาย! ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ออกไป มีชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเม้นกันอย่างมากมาย ส่วนใหญ่มองว่า ที่เป็นหนี้มหาศาลจนไปไม่รอดและล้มละลาย เพราะการบริหารที่ไม่โปร่งใส ผู้บริหารระดับสูงคอรัปชั่น เป็นต้น

 

ข่าวที่น่าสนใจ