จบดราม่า! นายสัตวแพทย์เข้าคุกเพราะฝ่าฝืนเคอร์ฟิว เจ้าตัวยอมรับผิดไม่ได้ทำเอกสารแจงที่ถูกต้อง ขอโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจที่ทำให้ถูกมองในแง่ลบ
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมโดยประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกจากเคหสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. โดยเว้นให้ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ ธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และจะต้องมีเอกสารรับรอง หากฝ่าฝืนต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท
และจากการประกาศเคอร์ฟิว ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีประเด็นซึ่งเป็นที่พูดถึง โดยเมื่อวันที่ 7 เม.ย.63 ได้มีนายสัตวแพทย์คนหนึ่งถูกจับในข้อหาฝ่าฝืนเคอร์ฟิว เนื่องจากมีเคสสัตว์ที่ป่วยฉุกเฉิน จำเป็นที่จะต้องไปรักษาในช่วงเวลาห้ามออกจากเคหสถาน
โดยนายสัตวแพทย์คนดังกล่าว คือ นายสัตวแพทย์ธนู ลิมปพัฒนวณิชย์ โดยเจ้าตัวได้โพสต์เฟซบุ๊ก “ธนู ลิมปพัฒนวณิชย์” ระบุว่า
“ถ้ามีสัตว์ป่วยฉุกเฉินในเวลาที่ใกล้จะเคอร์ฟิวแล้ว สมมุติว่าคุณเป็นหมอ คุณจะกล้าปฏิเสธการรักษาได้ลงคอมั้ย…ผมเลยต้องนอนคุก”
หลังจากนั้นไม่นาน ก็โพสต์อีกครั้งหนึ่งระบุว่า
“เพิ่งทราบจริงๆว่าสัตวแพทย์ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์” และอีกข้อความคือ “ติดคุกครั้งแรกในชีวิต น่าทุเรศตัวเองสิ้นดี”
ซึ่งหลังจากที่โพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป มีผู้เข้ามาให้กำลังใจนายสัตวแพทย์ธนู เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ (8 เม.ย.63) นายสัตวแพทย์ธนู ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยระบุว่า ขอยอมรับผิดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยตนเองไม่ได้ทำเอกสารแจงที่ถูกต้อง พร้อมทั้งขอโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจที่ทำให้ถูกมองในแง่ลบ
โดยโพสต์ดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้
“ผมต้องกราบขอโทษเจ้าหน้าที่ชุดฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทุกๆ ฝ่าย ที่เค้าปฏิบัติหน้าที่กันอย่างหนัก จึงเกิดเรื่องกระแสดราม่าในโลกโซเชียล เกิดกระแสสังคม จากการระบายความรู้สึกผ่านพื้นที่ส่วนตัวทั้งหมดสามโพสต์และทำการลบโพสต์ไปแล้วหลังโพสต์ได้ไม่นานรวมทั้งเมื่อการให้สัมภาษณ์ในข่าวอัมรินทร์แบบคนเสียสติควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อันเนื่องมาจากความเครียด ความง่วง ความกดดัน ความหิว ความผิดหวัง
จากเหตุการณ์เมื่อคืนนั้น จึงส่งผลกระทบวงกว้างในแง่ลบต่อเจ้าหน้าที่ทุกส่วนทุกฝ่ายที่พวกเค้าปฏิบัติหน้าที่กันอย่างหนัก ผมจึงอยากกราบขอโทษและขอร้องให้หยุดแชร์หยุดด่ากันในเพจต่างๆ ด้วยนะครับเพราะผมเองก็มีส่วนผิดในฐานการละเลยคำสั่งเคอร์ฟิวเป็นหนที่สองติดต่อกันสองวันซ้อน และไม่ได้ทำเอกสารแจงกับเจ้าหน้าที่ที่บอกให้ทำอย่างถูกต้องตามระเบียบตามกฏหมาย ซึ่งผมเองก็รับโทษในห้องขังเป็นเวลา 3 ช.ม.รวมทั้งต้องขึ้นศาลเพื่อสารภาพความผิดทุกข้อกล่าวหาและเสียค่าปรับแล้วในวันนี้
สุดท้ายนี้ผมจึงได้ตระหนักถึงเหตุผลของทางหน่วยงาน ว่าเค้าทำเพื่อสุขภาพของพวกเราส่วนรวม ปลูกจิตสำนึก ให้ลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโม้มที่ดีขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เป็น case study ที่น่าคิดในมุมของสัตวแพทย์ว่า เราเองก็เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีศักดิ์ศรีในวิชาชีพเช่นเดียวกับทุกๆ อาชีพ และจะหาทางออกร่วมกันเพื่อสวัสดิภาพของสัตว์ในสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ต่อไป … พวกเราจะต้องสู้ไปด้วยกันแล้วผ่านมันไปได้ให้ได้…ขอบคุณครับ”
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“ผญบ.” จับตาย พระ-ชาวบ้าน ชักปืนยิงสู้ เหตุจับฝ่าฝืน ”เคอร์ฟิว”
