8 ทวิตของ “เทพไท” กับการจำใจ “โหวต” ให้รัฐมนตรี

8 ทวิตของ “เทพไท” กับการจำใจ “โหวต” ให้รัฐมนตรี


หลังจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พ่วงด้วยอีก 5 รัฐมนตรีสิ้นสุดลงในเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมกับความไว้วางใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มอบคะแนนให้พล.อ.ประยุทธ์ นำพาประเทศนี้ต่อไป

เสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลาย ทั้งพรรคใหญ่ พรรคเล็ก ต่างไม่แตกแถว พร้อมเพียงกันกระทำการตามที่มติพรรควางเอาไว้ด้วยการไม่โหวตสวนเลยแม้แต่คนเดียว

แต่กระนั้นก็ใช่ว่าภายในจิตใจของส.ส. “บางคน” ในพรรคร่วม จะเห็นพ้องไปกับพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัดในการโหวตให้รัฐบาลผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เป็นคนที่ออกมาเคลื่อนไหวหลังผ่านพ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เขาเผยความในใจผ่านทวิเตอร์ส่วนตัวรวมทั้งหมดถึง 8 ครั้ง แต่ใจความสรุปได้ว่า เทพไท ไม่ได้ต้องการโหวตให้รัฐมนตรี และถือเป็นวันที่เจ้าตัวเจ็บปวดที่สุดในชีวิตการเป็นนักการเมือง โดยทั้ง 8 ทวิตข้อความของเทพไท ThaiQuote ขอรวบรวมเอามาไว้ให้ ดังต่อไปนี้

 

1.วันนี้เป็นวันที่ต้องลำบากใจมากที่สุดอีกวันหนึ่งในชีวิตการเป็นนักการเมือง ที่ต้องทำอะไรฝืนใจตัวเอง และขัดต่ออุดมการณ์ของพรรค แต่ก็ต้องยอมรับมติที่ประชุม ส.ส.ของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงขอไว้อาลัยต่อจุดยืนของตัวเอง และอุดมการณ์ของพรรค จึงขอไว้อาลัยด้วยการใส่ชุดดำอีกครั้ง

2.ผมเชื่อว่า การลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่มีมลทิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขัดต่อความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในสังคม และขัดต่ออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ที่ประชุม ส.ส.มีมติ24:17 ผมเป็นเสียงข้างน้อยยินยอมปฏิบัติตามมติพรรคด้วยความจำใจ และเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง

3.เมื่อความรู้สึกของผมเห็นว่ามติของที่ประชุม ส.ส.ของพรรคขัดต่ออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน จึงได้แต่งชุดดำ มาจุดธูปขอขมาต่อพระแม่ธรณีที่ไม่สามารถทำตามอุดมการณ์ของพรรคที่ได้ดำรงมานานถึง74ปี และเพื่อยืนยันว่าผมยังต้องสู้และพิทักษ์ไว้ซึ่งอุดมการณ์ของพรรคต่อไป

4.การที่พรรคประชาธิปัตย์ มีเงื่อนไข 3 ข้อในการเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ คือ 1.นำนโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ไปใช้เป็นนโยบายรัฐบาล 2.ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.ต้องไม่มีการทุจริต แต่ผมเห็นว่ามีรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ร้ายแรงกว่าการทุจริตเสียอีก จึงเห็นว่าขัดต่อเงื่อนไขนี้ด้วย

5.ผมยอมรับกติกาของพรรค เมื่อเสียงส่วนใหญ่มีมติเป็นอย่างไร ผมพร้อมปฏิบัติตาม เพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าไร้มารยาททางการเมือง เป็นตัวปัญหาของพรรค จึงต้องฝืนใจในการลงมติในครั้งนี้ แต่ผมยังมุ่งมั่นจะต่อสู้ทางการเมืองต่อไปตามแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคไม่เปลี่ยนแปลง

6.ยอมรับว่า วันนี้เครียดมาก ระหว่างนั่งอยู่ในห้องประชุมสภา ผมใช้ความคิด และหลับตาถามกับตัวเองว่า พรรคเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ผลสรุปก็คือ ถ้าเราคิดถึงอนาคตของตัวเองมากกว่าอนาคตของพรรค นึกถึงประโยชน์ตัวเองมากกว่าอุดมการณ์พรรค เราสามารถทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องสนใจพรรคจะเป็นอย่างไร

7.สุดท้ายก็ต้องจำใจทำตามมติ ส.ส.ของพรรค ลงมติไว้วางใจให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ด้วยการใช้ปากกากดลงคะแนนแทนการใช้มือกด เพราะเชื่อว่า มือที่สะอาดไม่ควรไปเปรอะเปื้อนกับสิ่งสกปรก เก็บมือที่สะอาดไว้สำหรับทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชนดีกว่า

8.ผมต้องขอโทษต่อเพื่อนพ้องน้องพี่ แฟนคลับ ผู้สนับสนุน บรรพบุรุษของพรรคที่รักษาพรรคมาได้74ปี ที่ไม่สามารถรักษาคำมั่นสัญญาไว้ได้ ทั้งๆที่เคยประกาศไว้ว่า ถ้ารัฐมนตรีคนใด ตอบคำถามไม่ชัด ตอบข้อกล่าวหาไม่เคลียร์ ผมจะไม่โหวตให้ วันนี้ผมผิดคำพูด ผมยอมรับผิด และกราบขอโทษต่อทุกคนด้วยครับ

ข่าวที่น่าสนใจ