วิษณุ ยัน งบฯ 63 โมฆะไม่เกิดวิบัติ มีทางออกไม่ต้องชัตดาวน์

วิษณุ ยัน งบฯ 63 โมฆะไม่เกิดวิบัติ มีทางออกไม่ต้องชัตดาวน์


วิษณุ ชี้ช่อง มาตรา 143 กู้วิกฤต พรบ. งบฯ 63 เขียนไว้ชัดว่าหากพิจารณาไม่แล้วเสร็จใน 105 วันให้ถือว่าสภาฯเห็นชอบ หากศาลฯ ฟันโมฆะทั้งหมด ก็มั่นใจมีทางออกอย่างสง่าผ่าเผย ผลกระทบแค่ล่าช้า ไม่ได้เกิดวิบัติ ตามที่หลายคนกังวล ขณะ “อุตตม”ยืนยัน รัฐบาลจะไม่ชัตดาวน์ หากงบฯล่าช้า

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงทางออก กรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันระหว่างลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า ทางออกมันมีอยู่ แต่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสียก่อน เราจะได้รู้ว่าถ้าศาลวินิจฉัยว่าผิดตรงไหนจะได้แก้ไขเสีย

ส่วนที่หลายฝ่ายมีความกังวลนั้น บอกไปแล้วว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าล่าช้านั้นเรื่องจริง วันนี้ความกังวลคือ การล่าช้า แต่ถ้ากังวลว่าจะเกิดความเสียหายร้ายแรงนั้นมันไม่เกิด อย่าไปพูดให้เกิดความกังวล มีคนออกมาพูดก่อนว่าจะวิบัติ

ตนจึงย้ำว่าไม่วิบัติ อย่างไรก็ทำได้ ข้าราชการได้เงินเดือน เพราะสำนักงบประมาณได้เตรียมวิธีแก้ปัญหาไว้แล้ว พอดีพอร้ายเผลอ ๆ โครงการต่าง ๆ อาจมีช่องทางไปได้ แต่โครงการลงทุนใหม่อาจจะยาก ซึ่งขอให้รู้ก่อนว่าความผิด บกพร่อง เกิดขึ้นที่ตรงไหน จะแก้อย่างไร ส่วนการออก พ.ร.ก.เงินกู้ไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด นั่นเป็นทางสุดท้าย

สำหรับ กรณีนี้ต่างกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 56 และ 57 และความต่างยังมีอีกว่ากรณีปี 56 เป็นกระบวนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนปี 57 เป็น ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเสียไปเพราะกระบวนการไม่ถูกต้อง วันนี้สังเกตหรือไม่ว่าไม่มีใคร

โดยเฉพาะฝ่ายค้านพูดถึงกระบวนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 56 พูดแต่ พ.ร.บ.กู้เงิน ปี 57 โดย ทั้ง 2 กรณีเป็นการเสียบบัตรแทนกันโดยคน ๆ เดียวกัน และตอนนั้นการพิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับ ไม่มีกำหนดเวลา เมื่อเสียคือเสียไป

แต่บังเอิญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯนั้น ในมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดว่าหากพิจารณาไม่แล้วเสร็จใน 105 วันให้ถือว่าสภาฯเห็นชอบ ที่เขียนไว้เช่นนั้นเพราะเขากลัวสภาฯแช่ไว้ แปรญัตติกันไปกันมา จึงเขียนว่าถ้าไม่เสร็จให้ถือว่าเสร็จ ดังนั้น จึงเป็นความต่างอยู่ แต่หากศาลบอกว่าไม่ต่างก็แล้วแต่ศาล เพียงแต่ที่ยื่นเพื่อชี้ประเด็นให้เห็นว่าไม่เหมือนกัน

“พูดก็พูดนะ กฎหมายงบประมาณถ้าไม่ล็อกเรื่อง 105 วัน มันมีช่องทางคิดได้เหมือนกันว่าเอากลับไปโหวตใหม่ แต่เมื่อมีกำหนดเวลาเอาไว้ ก็เป็นช่องที่ขอให้ศาลวินิจฉัยหน่อยว่าจะเอามาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ลองคิดเอาง่าย ๆ 105 วัน ครบเมื่อต้นเดือน ม.ค. ผมไม่ได้สรุป

แต่ชี้ให้เห็นว่ามีนัยยะที่ต่างจากสองเรื่องที่เคยเกิดขึ้น หากมาตรา 143 สามารถใช้ได้กับเรื่องนี้ มันจะกลับไปสู่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯที่เสนอในวาระที่ 1 ทุกอย่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตัดๆ ไปจะกลับไปสู่ร่างแรก เพราะเจตนาของมาตรานี้ต้องการให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดกระบวนการทำผิด หรือคณะกรรมาธิการทำล่าช้า”นายวิษรุกล่าว

เมื่อถามว่า หากศาลวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯเป็นโมฆะ จะมีผลกับรัฐบาลเหมือนร่างไม่ผ่านสภาฯหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สมมุติว่าโมฆะหมดเลย ก็หาทางออกอื่น มีหลายทาง มันใหญ่กว่าช่องเยอะ ไม่ต้องรอด เดินสง่าผ่าเผย

เมื่อถามอีกว่า หากโมฆะ รัฐบาลต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า รับผิดชอบอย่างไร งบประมาณก็ได้ออก ไม่มีใครเดือนร้อน ไม่มีข้าราชการคนไหนไม่ได้เงินเดือน หรือโครงการไหนดำเนินการไม่ได้ เพียงแต่มันจะช้า ไม่มีปัญหา ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่คาดหมายว่าจะวิบัติ

“อุตตม” ยืนยัน รัฐบาลจะไม่ชัตดาวน์

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดกรณีชัตดาวน์การเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2563 โดยขณะนี้ กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณอยู่ระหว่างการหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหากรณีงบประมาณรายจ่ายปี 2563 มีความล่าช้า

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่า จะเกิดกรณีชัตดาวน์การเบิกจ่ายงบประมาณ อย่างที่เห็น ขณะนี้ ผู้เกี่ยวข้องกำลังหารือถึงแนวทางแก้ไขเพื่อไม่ให้สะดุด ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ตระหนักและได้กำชับให้หาแนวทาง มั่นใจ เรายังสามารถจ่ายเงินเดือนข้าราชการได้ โดยขณะนี้ เราใช้งบปี 2562 ไปพลางก่อน ถ้าล่าช้าเราก็ขยายออกไป” นายอุตตมกล่าว

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ทิพานัน เผย พลังประชารัฐลุยเข้าหาปชช.ตามงบ 63 ทันที