“ศรีสุวรรณ“ คาดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้น่าจะไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะกลุ่มอำนาจเดิมมีมากกว่าหัวก้าวหน้า ความต้องการของประชาชนไม่ได้รับการตอบสนอง แนะบิ๊กตู่ให้ทำใจเปิดกว้าง บิ๊กแดงไม่ควรแทรกแซง
วันนี้ (22 ธ.ค.62) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่ากรรมาธิการส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในวังวนของผู้มีอำนาจเดิม มีเสียงส่วนน้อยเป็นฝ่ายก้าวหน้า เป็นบุคคลที่ต้องการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่จะแพ้เสียงโหวตกลุ่มอำนาจเดิมเพราะไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก จึงคาดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้น่าจะไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นการแก้ไขอาจจะไม่สามารถทำได้ในประเด็นที่ปร ะชาชนคาดหวังได้ เช่นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา การนับคะแนนการเลือกตั้งที่มีสูตรการตีความที่แปลกประหลาด การตั้งกรรมาธิการชุดนี้จึงถูกมองว่าเป็นการยืดหรือถ่วงเวลาออกไป หลังจากมีการแถลงนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 ของรัฐบาล แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ แต่รัฐบาลและพรรคฝ่ายรัฐจะใช้เป็นข้ออ้างว่าได้ทำแล้ว
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า “เวลาที่ให้มาทำงาน 4 เดือนถือว่าเพียงพอ ถ้าทุกคนมีเจตนาที่ดีที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชาติ ที่อาจมีผลกระทบหลายด้าน เพราะฉะนั้นการศึกษาที่ทำช้าหรือดึงเวลาก็จะมีผลกระทบ และจะประสบผลสำเร็จควรต้องใช้กระแสสังคมเข้ามาช่วยส่งสัญญาณไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม ภาคประชาชนต้องตื่นตัว ออกมาเสนอแนะ ท้วงติงเพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาสไปมากกว่านี้ ช่วยกันทำให้กฎหมายแม่บทของชาติเป็นที่ยอมรับ อย่าปล่อยให้กรรมาธิการ 49 คนไปทำโดยขาดกระบวนการการมีส่วนร่วม หรือหากกรรมาธิการเสนอประเด็นใดที่ผิดหลักการ ประชาชนก็ควรออกมากดดันหรือดำเนินการเพื่อให้กรรมาธิการรับฟังเสียงของประชาชนให้ที่มากที่สุด”
สำหรับนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือบิ๊กตู่) ตลอดจนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ที่อาจจะได้รับผลกระทบกับการแก้ไขสาระสำคัญบางประการในรัฐธรรมนูญ ควรมีจุดยืนโดยเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ออกมาคัดค้านความต้องการของประชาชน สำหรับผู้บัญชาการทหารบก(พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือบิ๊กแดง) ก็เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ดีที่สุดก็ควรดูแลงานด้านความมั่นคง ไม่ควรออกมาแสดงความเห็นใดๆที่อาจมีผลกระทบต่อการขับเคลื่อนของประชาชน ไม่ควรแสดงโวหารทางการเมืองหรือมีการชี้นำบางประการ ซึ่งอาจทำให้ถูกมองว่าการทำหน้าที่ไม่มีความเป็นกลาง
“หากกรรมาธิการศึกษาแล้วไม่คืบหน้า รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบเพราะเป็นนโยบายที่เคยแถลงไว้ แต่เชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้ ที่แนวทางการแก้ไขครั้งนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะผู้มีอำนาจบางฝ่ายยังไม่ต้องการให้แก้ไข สวนทางกับความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ หรือมีนักการเมืองบางพรรคเข้ามาผสมโรงก็อาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้บานปลายซึ่งไม่มีผลดี ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหวภายใต้กรอบของกฎหมาย“ นายศรีสุวรรณ กล่าว
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“สมชัย”แนะแก้ไข รธน.ส่วนของการเลือกตั้ง ไม่ต้องแตะนายกฯเพราะกระทบ ส.ว.
