มท.1 เตือน “วิ่งไล่ลุง” อย่าสร้างความสับสนให้ประชาชน

มท.1 เตือน “วิ่งไล่ลุง” อย่าสร้างความสับสนให้ประชาชน


มท.1 เตือน “วิ่งไล่ลุง” เป็นการเคลื่อนไหวนอกสภา ให้ข้อมูลด้านเดียว เสี่ยงเกิดความสับสนในหมู่ประชาชน แนะ ใช้กลไกสภา แก้ปัญหาดีกว่าลงถนน ขณะ ผู้จัดงานฯวิ่งร้อง กมธ.ฯสิทธิมนุษยชน หลังถูก ตร.กดดันไม่ให้แถลงเปิดตัวกิจกรรมที่ สมาคมผู้สื่อข่าว ตปท.วันนี้

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการจัดกิจกรรมทางการเมือง “วิ่งเพื่อประชาธิปไตย” หรือ “วิ่งไล่ลุง” ว่า เราเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาตลอดคือ การไปเคลื่อนไหวนอกสภาฯ เกิดขึ้นมากับทุกสี ตามความเห็นของส่วนตัวคิดว่า ไม่มีความจำเป็นต้องไปทำเช่นนั้น และมองว่ายังไม่ถึงเวลา จะทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงเกิดความสับสนในหมู่ประชาชน เพราะกิจกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการให้ข้อมูลด้านเดียวกับประชาชน เมื่อประชาชนได้รับข่าวสารไปจะทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดี ทั้งที่การแก้ไขปัญหาทางการเมืองเรามีสภาฯ ในการดำเนินการอยู่แล้ว

“ผมให้ความสำคัญของสภาฯในการไปตอบกระทู้ทุกครั้ง จึงอยากให้ใช้กลไกลของสภาฯในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การที่จะลงถนนต้องคิดให้ดี การให้ข้อมูลประชาชนต้องทำให้ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ใช่ไปให้ด้านเดียวเพราะจะไม่ส่งผลดีบ้านเมือง เราเคยประสบปัญหาเหล่านี้มาแล้ว” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

‘วิ่งไล่ลุง’ บุกสภาฟ้อง’ช่อ’ จี้สอบตร.แทรกแซง

วันนี้(11 ธ.ค.62) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย คณะทำงานจัดงานวิ่งไล่ลุง เข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.พรรณิการ์ วานิช รองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อำนาจในการแทรกแซงการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานวิ่งไล่ลุงที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า คณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง เพื่อประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย มีกำหนดการแถลงเปิดตัวกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) ในวันที่ 11 ธันวาคม 2562 แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้กดดันสมาคมฯจนเป็นเหตุให้ทางสมาคมฯไม่สามารถให้ทางทีมงานจัดงานแถลงข่าวได้ จึงอยากเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเชิญ ผกก.สน.ลุมพินี มาให้ข้อมูลและความชัดเจน

นายธนวัฒน์ ยังเผยด้วยว่า สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันไม่ให้มีการใช้สถานที่ดังกล่าวในการแถลงข่าว ประกอบด้วย 1.การใช้คำว่า “ลุง” และ 2.การใช้กิจกรรมวิ่งบังหน้าเพื่อนำไปสู่การจัดการชุมนุม ซึ่งทั้งหมดนี้ขอยืนยันว่าทางคณะผู้จัดงานไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น เพราะการใช้คำว่า “ลุง” ก็ไม่ได้สื่อถึงใครเป็นการเฉพาะ และที่สำคัญเราไม่ได้ใช้งานนี้เพื่อบังหน้าในเรื่องอื่นๆ เพราะการจัดงานวิ่งครั้งนี้ได้ขออนุญาตตามกฎหมายทุกขั้นตอน แต่กลับถูกแทรกแซง ในทางกลับกัน มีการจัดงานเดินตามลุง ปรากฎว่าไม่ถูกแทรกแซง ดังนั้นอยากให้คณะกรรมาธิการฯเข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากปัจจุบันได้มีการเลือกตั้งแล้ว จึงไม่ควรเกิดการใช้อำนาจเพื่อมาแทรกแซงในลักษณะนี้

ด้าน น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 34 รับรองให้บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ดังนั้นจะเร่งเชิญเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงการใช้อำนาจข่มขู่ตามที่ร้องเรียนมา

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

แฟนคลับ “ลุงตู่” มาแล้ว จัดกิจกรรม “วิ่งตามลุง” วัดพลัง “วิ่งไล่ลุง”