“ปิยบุตร” ชี้ถ้ารัฐรู้จักคำว่าแพ้ เรื่องก็ไม่วุ่นวาย

“ปิยบุตร” ชี้ถ้ารัฐรู้จักคำว่าแพ้ เรื่องก็ไม่วุ่นวาย


เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ชี้ถ้ารัฐบาลรู้จักแพ้ ยอมรับเสียงมติรอบแรก ก็ไม่มีความวุ่นวาย เผยเตรียมยื่นร่างขอแก้ไขข้อบังคับ 85 สัปดาห์หน้า

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ในฐานะผู้เสนอญัตติ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและมาตรา 44 ที่ถูกตีตก เปิดเผยว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนมาถึงสัปดาห์นี้ ถือว่าได้ข้อสรุปตามที่วิเคราะห์การผ่านสื่อมวลชนว่า ผู้มีอำนาจในรัฐบาลไม่มีความต้องการให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้เกิดขึ้น และทำให้เห็นว่าแพ้ก็ไม่รู้จักคำว่าแพ้

เมื่อมีผลโหวตไปแล้วในครั้งแรก ก็ยังให้มีการนับคะแนนใหม่และยืนยันตามสิทธิ์ในข้อบังคับ ซึ่งเราก็ไม่มีอำนาจอะไร ก็ต้องเปิดโอกาสให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งเราก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า การนับคะแนนใหม่ต้องใช้ตัวเลขขององค์ประชุมในครั้งก่อนเท่านั้น นั่นคือ 467 เสียง แล้วนำมาขานชื่อทีละคน แต่ประธานในที่ประชุมคือนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ในฐานะประธานในที่ประชุมขณะนั้น ก็ยืนยันว่าแต่ไหนแต่ไรก็มีการทำอย่างนี้มาโดยตลอด แต่อย่างไรเสีย สิ่งที่ทำตามกันมาก็ไม่ได้หมายความว่าถูกต้องเสมอหากมีปัญหาเกิดขึ้น และถือว่ามีปัญหามากขึ้นด้วยซ้ำด้วยในสถานการณ์ที่ภาวะเสียงปริ่มน้ำ ในอนาคตก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีกต่อไป

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าทางพรรคจะทำการยื่นร่างขอแก้ไขข้อบังคับการประชุม ในข้อ 85 นี้ เพื่อจะให้มีการกำหนดให้ชัดเจนลงไปเลยว่า การนับคะแนนใหม่มีอะไรบ้าง เพราะในปัจจุบันนี้ไม่มีเลย แค่ใครคนใดคนหนึ่งในห้องประชุมยกมือขึ้น ก็ขอนับคะแนนใหม่ได้ทันที เพียงแต่ว่า เงื่อนไขเดียวก็คือต้องไม่เกิน 25 คะแนนขึ้นไป ดังนั้นอยากจะขอแก้ไขเพื่อให้มีกฎเกณฑ์ไม่ใช่ว่านึกอยากจะนับคะแนนใหม่ก็นับ เช่นการขอนับคะแนนใหม่ในกรณีนับคะแนนไปแล้วมีความสงสัยว่าจะมีการนับคะแนนผิดพลาด และหากมีการต้องลงคะแนนใหม่จะต้องใช้เสียงมติที่ลงคะแนนในรอบแรกเท่านั้น

ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร ได้กล่าวถึงเหตุการณ์การ Walk Out ของฝ่ายค้านที่เกิดขึ้นว่า มันคือการแสดงออกของความไม่เห็นด้วย ส.ส.จากพรรคเสียงข้างมากฝ่ายรัฐบาลขอนับคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เห็นด้วยจริงๆเพราะเมื่อมีการลงมติในรอบแรกเราชนะ ก็ควรที่จะได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เหตุการณ์วุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นในสภาจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าหากรู้จักคำว่าแพ้

ซึ่งฝ่ายค้านเราเองนั้นเป็นเสียงข้างน้อยกลไกที่เราจะแสดงออกได้ ก็คือการ Walk Out หรือพูดง่ายๆก็คือการไม่เข้าไปร่วม สังฆกรรมในการนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ แม้ในความเป็นจริงเมื่อคำนวณจำนวนเสียงแล้วเราก็อาจจะชนะก็ได้ ซึ่งเราก็ยืนยันในจุดยืนว่าถ้านับคะแนนใหม่เราไม่ร่วมสังฆกรรม

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

“สนธิรัตน์”ปัดไม่มีซื้องูเห่า ชี้ส.ส.แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ในความคิดอยู่แล้ว