“ไพบูลย์” อัด กมธ.ปราบทุจริตฯ ไม่มีอำนาจเรียกนายกฯ แจงปมถวายสัตย์อีก

“ไพบูลย์” อัด กมธ.ปราบทุจริตฯ ไม่มีอำนาจเรียกนายกฯ แจงปมถวายสัตย์อีก


“ไพบูลย์” โต้ กมธ.ปราบทุจริตฯ ไม่มีอำนาจเรียก นายกฯและ รองนายกแจงปม ถวายสัตย์ฯ ชี้ศาล รธน.วินิจฉัยแล้วฯ ว่าเป็นพระบรมราชวินิจฉัยโดยเฉพาะ ผู้ใดหรือองค์กรใดไม่อาจก้าวล่วงได้ ยก มาตรา 157 ขู่ จี้เลิก หนังสือเรียกด่วน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้ใช้อำนาจเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อมาให้ข้อมูลถึงการถวายสัตย์ฯ ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่นั้นว่า คณะกรรมาธิการป้องและปราบปรามการทุจริตฯ ไม่มีอำนาจที่จะเรียก นายกฯและรองนายกฯ มาตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งศาลเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2462 แล้วว่า “การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด” ซึ่งย่อมหมายรวมสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการของสภาด้วย โดยเหตุที่การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องในขอบเขตพระราชอำนาจ เป็นพระบรมราชวินิจฉัยโดยเฉพาะ ผู้ใดหรือองค์กรใดไม่อาจก้าวล่วงได้

ดังนั้น คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร จึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการตรวจสอบ เพราะเป็นการมิบังควรที่จะก้าวล่วงเขตพระราชอำนาจที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแล้ว จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯ ยกเลิกมติที่ประชุมดังกล่าวและยกเลิกหนังสือเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อที่คณะกรรมาธิการฯจะไม่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอำนาจ ซึ่งมีผลให้เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันอาจเป็นเหตุให้คณะกรรมาธิการฯ ถูกยื่นเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นอำนาจของ กมธ. แต่เมื่อเรียกแล้วต้องดูว่าเรียกไปเรื่องอะไร และผู้ถูกเรียกจะไปชี้แจงหรือไม่ โดยทาง กมธ.ต้องบอกว่าเรียกไปด้วยเรื่องอะไรเพื่อที่ผู้ถูกเรียกจะได้เตรียมข้อมูลชี้แจงได้ ส่วนจะไปหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“มีสิทธิ์จะไม่ไปได้ หรือจะส่งผู้แทนไปก็ได้ แต่เรื่องนี้ เห็น กมธ.บอกแล้วว่า หากส่งผู้แทนมาจะไม่รับ ซึ่งเจ้าตัวต้องพิจารณาอีกทีว่าจะทำอย่างไร จะไปเอง แบบ ผบ.ทบ. หรือถ้าส่งผู้แทน แล้วเขาไม่รับ ก็ส่งชี้แจงเป็นเอกสาร ส่วนเจ้าตัวจะทำวิธีใดผมตอบแทนไม่ได้”นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎหมายมีข้อบังคับต้องไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หาก เป็นข้าราชการประจำจะต้องไปชี้แจง เพราะถ้าไม่ไปเขาจะแจ้งผู้บังคับบัญชา แต่กรณีของข้าราชการการเมืองนั้น การตรวจสอบเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนข้าราชการประจำ และข้อสำคัญอยู่ที่เรื่องด้วย เพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะไม่สะดวกและไม่เหมาะสมที่จะไปพูด เขาก็ไม่ไปกัน เรื่องนี้ไม่ขอออกความเห็น เพราะเขาไม่ได้เรียกผม

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

เสี่ยหนู ยัน ไม่ทิ้งนโยบายกัญชา 6 ต้น