ครม.ผ่านงบฯปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้าน ส่งสภา 17 ต.ค.นี้

ครม.ผ่านงบฯปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้าน ส่งสภา 17 ต.ค.นี้


ครม. ผ่าน กรอบ งบประมาณปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้าน ส่งสภาพิจารณา 17 ต.ค. นี้ พร้อม ตั้ง อุตตม หัวหน้าทีม กมธ.พิจารณางบฯ ขณะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ยันไม่ยกมือผ่านงบฯแน่ อ้าง การทำงบให้น้ำหนักด้านความมั่นคงมากกว่าด้านเศรษฐกิจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยว่าวันนี้ (7 ต.ค.62 ) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท โดยจะส่งให้ทางสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้ศึกษารายละเอียดภายในวันนี้ ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ ต่อไป

สำหรับ การวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณของแต่ละกระทรวงในโลกโซเซียลนั้น ขณะนี้เป็นเพียงการตั้งงบประมาณเบื้องต้น ซึ่งต้องผ่านการการพิจารณาจากสภาในวาระที่ 2 และ 3 ส่วนที่จะการปรับลดงบหรือเพิ่มขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 จะเป็นผู้พิจารณา

ครม.ตั้ง “อุตตม” นำทีมกมธ.งบฯ

ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ซึ่งรายละเอียดไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกรอบวงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท โดยจะเสนอสภาฯในวาระแรกวันที่17ต.ค.นี้

นอกจากนี้ ครม.มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ จำนวน 63 คน สัดส่วนแบ่งเป็น ครม.จำนวน 15 คน นำโดย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง และอีก 12 คน จะพิจารณารายชื่อในลำดับต่อไป

นอกจากนี้สัดส่วนส.ส.ฝ่ายค้าน 24 คน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 24 คน ดร.รัชดา กล่าวอีกว่า มีการพูดคุยในที่ประชุมครม. ว่าคณะกรรมาธิการฯจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ที่แม่นยำ และต้องมีเวลา เพราะหากมีการลงมติในมาตราใด หากตัวแทนรัฐบาลไม่อยู่ในที่ประชุมแล้วอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้

พรรคฝ่ายค้าน ยันไม่ผ่านงบปี 63

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ยกมือสนับสนุนให้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นฝ่ายค้านไปสนับสนุน แต่จะใช้วิธีการอยู่เฉยไม่คัดค้านอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องที่ ส.ส.จะต้องยกมือเห็นด้วยทั้งหมด 500 คน อย่างกรณีเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า การที่ฝ่ายค้านไม่ยกมือให้ คงไม่ถึงขั้นทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯไม่ผ่าน แต่ต้องดูที่ข้อเท็จจริงจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯที่ผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ ซึ่งถ้าไม่ผ่านมาจริงๆก็เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่า จะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ เพราะหลายครั้งที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบแต่กลับไม่รับผิดชอบ แต่ส่วนตัวเห็นด้วยว่า หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯไม่ผ่าน ประชาชนก็จะเดือดร้อน เพราะเมื่อมีงบประมาณก็จะเกิดการหมุนเวียนใช้จ่าย มีการลงทุนสร้างถนนหนทางต่างๆ

เบื้องต้นเท่าที่ทราบ เห็นว่างบประมาณที่ออกมากลับไปให้ความสำคัญในด้านความมั่นคงมากกว่า ทั้งที่ควรนำงบประมาณไปช่วยทางด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ทำมาหากินลำบาก แต่กลับเอาเงินไปซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆมากมาย ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ขัดข้องกับการซื้อยุทโธปกรณ์ แต่ควรเป็นไปอย่างพอดี ไม่เวอร์จนเกินไป อย่างเรือดำน้ำนั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะเพียงแต่ป้องกัน ไม่ได้ไปสู้รบกับผู้อื่นผู้นำฝ่ายค้าน

“ขณะนี้ฝ่ายค้านได้เตรียม ส.ส. สำหรับอภิปรายแล้ว โดยจะแบ่งออกเป็นด้านๆ อาทิ ด้านสังคม เกษตร การเมือง เป็นต้น และเห็นว่า การให้อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระแรก เพียงแค่ 2 วันนั้น ไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องขยายออกไปเป็นวันที่ 3 เพราะปัจจุบันรายละเอียดงบประมาณมีความสับสนมากกว่าในอดีต จึงต้องใช้ระยะเวลาในการสอบถามมากขึ้น” นายสมพงษ์กล่าว

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กอ.รมน. ยืนยัน แจ้งความ 12 แกนนำ ปม ม.116 ทำตามหน้าที่