คณะรัฐมนตรีมีมติ เคาะมาตรการระยะสั้น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 29 จังหวัด รายละ 5,000 บาท เตรียมโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนสิ้นเดือนนี้ ด้านมหาดไทยลั่น ต้องสำรวจสำมะโนครัวประชากรให้ถูกต้อง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า ที่ประชุมมีมติเรื่องนี้แล้ว โดยในส่วนการช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท 29 จังหวัดที่ประสบเหตุ
ในส่วนการซ่อมแซมนั้น จะใช้งบกลางอีกส่วนหนึ่ง และในขณะนี้ได้จัดการเป็นที่เรียบร้อย ภายการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เป็นมาตรการระยะสั้น และจะมีมาตรการระยะยาวออกมารองรับต่อไป สำหรับในตอนนี้ วางแผนที่ต้องทำให้ประชาชนสามาถกลับเข้าพักอาศัยในบ้านของตนให้ได้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ มีการถามต่อไปว่า ในส่วนเงินเยียวยา 5,000 บาทที่ครม.มีมติช่วยเหลือนั้น จะสามารถมอบให้ประชาชนที่ประสบภัยได้เมื่อไหร่นั้น พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวว่า เท่าที่ทราบ จะทำการเงินโอนถึงมือประชาชนทุกครัวเรือนภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะทำให้เร็วและได้สั่งการไปกับทางกระทรวงมหาดไทยแล้ว
อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนได้สอบถามต่อไปว่า จะมีหลักเกณฑ์ในการประเมินเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบว่า ในขณะนี้ไม่ต้องแล้ว ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมนั้น ได้กำลังทำการสำรวจ และได้กำชับถึงความโปร่งใสในการจ่ายเงินเยียวยาแล้ว รัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดความคลุมเครือ จะทำให้เกิดความโปร่งใสที่สุดเท่าที่ทำได้ และให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าจากการที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินเยียวยาดังกล่าวนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวตามความเป็นจริง จะเกินจะขาดและมั่วไม่ได้ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้กล่าวต่อว่า ในการจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาทนั้น ไม่ได้รวมกับการจ่ายเงินให้บ้านเรือนที่เสียหายและต้องได้รับการซ่อมแซม ในกรณีดังกล่าวจะมีการสำรวจอีกครั้ง เพื่อจะได้รู้ว่าจะต้องช่วยเหลือในขั้นเพื่อฐานเท่าไหร่และในขั้นพิเศษอย่างไร
เมื่อได้ข้อสรุปแล้วนั้น จะนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อช่วยตามเกณฑ์ สำหรับการซ่อมแซมบ้านเรือน ถ้าเป็นเงินเล็กน้อยก็ใช้เงินท้องถิ่นซ่อม แต่ถ้าบ้านเรือนเสียหายมากหรือพังทั้งหลัง ต้องใช้เงินของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และถ้าไม่พออีก ก็ต้องใช้เงินที่ได้รับจากการบริจาคเข้าไปเพิ่มเติม โดยการซ่อมแซมบ้านเรือนต้องทำให้เร็วที่สุด
