“ชวน” พร้อมพิจารณา หากฝ่ายค้านยื่นสอบ นายกฯผิดจริยธรรมร้ายแรง ยันต้องดำเนินการตามกระบวนการ ตามกฎหมาย ข้อบังคับ เพื่อดึงสภาฯ ให้กลับมาเป็นที่ยอมรับ และมีมาตรฐานเช่นเดียวกับประเทศอื่น ย้ำ เรื่องสำคัญ ต้องไม่ฉวยโอกาสทำผิดไปจากที่กฎหมายกำหนด
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึง กรณีฝ่ายค้านเตรียมเข้าชื่อกันจำนวน 1 ใน 5 ส่งเรื่องต่อประธานสภาฯ ขอให้ส่งศาลฎีกาวินิจฉัยตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรงของนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องดังกล่าว แต่ทั้งหมดต้องเป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ได้ยินจาก ส.ส.บางคนว่า จะมีการยื่นสอบจริยธรรมนายกรัฐมนตรี แต่ต้องพิจารณากระบวนการว่า จะอ้างอิงกฎหมายใด ซึ่งหากฟังจากคำอภิปรายของสมาชิกเมื่อวานนี้ เป็นการอ้างระเบียบ คุณธรรม จริยธรรม
ส่วนฝ่ายค้านอ้างคำชี้ขาดของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ระบุว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับคำร้องเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ไม่ได้ผลผูกพันกับองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญนั้น ผมเห็นว่า หากเป็นไปตามกฎหมายก็ไม่เป็นไร และยินดีพิจารณา หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพราะกติกาบังคับว่า ประธานสภาฯ จะต้องดำเนินการให้เป็นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งหากยึด และเดินตามประชาธิปไตย ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงใย แต่สิ่งสำคัญต้องไม่ฉวยโอกาสทำผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งก็จะทำให้งานสภาทำงานด้วยความราบรื่น และสามารถดึงสภาฯ ให้กลับมาเป็นที่ยอมรับ และเป็นสภาฯ ที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกับประเทศอื่น
สำหรับการเปิดเวทีอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ว่า เป็นการใช้มาตรา 152 เป็นครั้งแรก อาจะมีข้อกังวลว่าอาจจะวุ่นวาย แต่สิ่งสำคัญต้องคุมให้ได้ เพราะกติกากำหนดไว้สองอย่าง คือให้สมาชิกสอบถาม ซักถาม และให้คำแนะนำกับรัฐบาล หากอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องไปใช้อีกมาตราหนึ่ง เมื่อวานนี้(18 ก.ย.) ยังมี ส.ส.บางคน ที่อภิปรายเกินเลย ไม่ได้ซักถาม ไม่ได้แนะนำ แต่ประธานฯก็พยายามคุมไม่ให้อภิปรายเกินเลยไปจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 พร้อมยืนยันจะทำให้ดีขึ้น เพื่อให้เห็นว่า สภายึดถือกฎหมายอย่างเข้มข้น และสมาชิกได้ให้ความร่วมมือมากขึ้นตามลำดับ
” ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันหากต้องการให้สภาฯ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เป็นสภาฯ ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ก็ต้องยึดหลักเกณฑ์อย่างแท้จริง “นายชวนกล่าว
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
