ปิยบุตรอัด“บิ๊กตู่”จงใจละเมิดจึงทำให้สภาฯไม่อาจไว้วางใจ ยืนยันไม่ต้องการบิ๊กตู่คนเก่า และบิ๊กตู่คนใหม่ เรียกร้องให้รับผิดชอบต่อการถวายสัตย์ไม่ครบด้วยการลาออก
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายถึงปมการถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ตนเองเป็นคนแรกที่เปิดประเด็นนี้ จนมีนักข่าวหลายคนมาถามว่ารู้ได้อย่างไร มีคนในรัฐบาลแอบมาฟ้องหรือไม่ จึงขอแจ้งไว้ตรงนี้เลยว่าตนเองเป็นผู้พบเอง เบื้องต้นไม่มีเจตนาที่จ้องทำร้ายรัฐบาล แต่ตนเองเป็นคนที่นิยมดูข่าวในราชสำนัก เพื่อทราบถึงพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสต่างๆ จึงทำให้ได้สังเกตเห็นว่าในวันถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯนั้นเสียงคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีนำนั้นไม่ครบ
ทั้งนี้เพราะจากประสบการณ์ของตนเองมีการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาค่อนชีวิต ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ทำให้รู้ว่าคำถวายสัตย์ต้องมีคำว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติการซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” เรื่องนี้ตนได้เก็บความสงสัยนี้มาจนได้มีโอกาสมาถามในวันแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
โดยมีการตั้งกระทู้สดไปถึง 2 ครั้งซึ่งโดยเจตนาไม่คิดจะล้มรัฐบาล แต่นายกรัฐมนตรีก็หลีกเลี่ยงจึงนำมาซึ่งการเข้าชื่อของพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อใช้อำนาจในมาตรา 152 เพื่ออภิปราย ด้วยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และเป็นความรู้ทางวิชาการต่อไป นอกจากนี้นายปิยบุตรยังกล่าวว่าการอภิปรายในครั้งนี้เป็นอำนาจที่สภาผู้แทนราษฎรสามารถกระทำได้ ถึงแม้ว่าทางศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความแล้วว่าเป็นการกระทำของรัฐและไม่รับตัดสิน
นายปิยบุตรได้ชี้แจงถึงความสำคัญของการต้องมีพิธีกรรมถวายสัตย์ไม่เพียงแต่ประเทศไทย ในต่างประเทศก็ทำเช่นกัน ที่ผ่านมาสถาบันสำคัญต่างๆของประเทศก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องทำการถวายสัตย์อาทิ วุฒิสภา,สภาผู้แทนราษฎร,ศาล ความสำคัญของการถวายสัตย์ก็เพื่อให้ได้มีการแบ่งเส้นให้ชัดว่ารัฐบาลชุดเก่าได้หมดหน้าที่แล้วและเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับรัฐบาลชุดใหม่จะมีปฏิบัติหน้าที่
พร้อมกันนี้ยังเป็นการยืนยันที่จะธำรงรักษากฎหมายรัฐธรรมนูญว่าเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองบ้านเมือง และเป็นโอกาสอันดีที่พระมหากษัตริย์ได้รู้จักกับคณะรัฐบาลชุดใหม่
“เหตุผลที่คำถวายสัตย์ต้องระบุให้ชัด เป็นแบบแผนเดียวกัน เพื่อไม่ให้แต่รัฐบาลสามารถกำหนดหรือเขียนขึ้นใหม่แล้วแต่ใจหรืออารมณ์จะพาไป ดังนั้นรัฐธรรมนูญต้องการให้ต้องการคำถวายสัตย์สม่ำเสมอสอดคล้องกัน เพื่อให้มีสาระหัวใจสำคัญ 3 ประการคือ 1.จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.มีความซื่อสัตย์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ 3.รักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ” นายปิยบุตรกล่าวพร้อมกับกล่าวต่อไปว่า
ศิลปะการเขียนรัฐธรรมนูญเป็นความแยบคายในการผสมผสาน 2 สถาบันคือ สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนเข้าด้วยกัน โดยให้พระมหากษัตริย์ใช้อำนาจแทนประชาชน และประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นอัตลักษณ์ประชาธิปไตยของไทย การเขียนคำถวายสัตย์อย่างเคร่งครัดก็เพื่อที่จะให้คำมั่นสัญญากับผู้ที่เป็นประมุขของประเทศสืบทอดไปยังประชาชน
นายปิยบุตรยังนำหนังสือเรื่อง “หลังม่านการเมือง”ของนายวิษณุ เครืองามมาสนับสนุนเหตุผลของตนเองว่า เนื้อหาในหนังสือนายวิษณุเคยเขียนไว้ว่า “การถวายสัตย์เป็นเรื่องการเปล่งวาจา เป็นเรื่องธรรมชาติออกมาจากใจ ถ้าให้ทำอย่างนั้นก็เป็นเรื่องการสับสน เพราะบางคนที่พูดเก่งก็จะพูดได้คล่อง แต่สำหรับคนที่พูดไม่เก่งอาจมีผิดพลาดได้ จึงว่าตามหลักธรรมชาติไม่ได้ และต้องเอากฎหมายมาจับ” เป็นเหตุผลให้ในรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรที่เคร่งขัดจะผิดแม้แต่ “และ” “หรือ” ก็ต้องถือว่าปฏิญาณไม่สมบูรณ์
นายปิยบุตร ได้อภิปรายต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยนำถวายสัตย์ปฏิญาณ 5 ครั้ง ทุกครั้งอ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณจากบัตรแข็งที่สำนักนายกรัฐมนตรีเตรียมไว้ จนกระทั่งวันที่ 16 ก.ค. 2562 มีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 161 พร้อมกับถามว่าหากนายกรัฐมนตรีจากนี้ต่อไปถวายสัตย์ฯไม่ครบจะทำได้หรือไม่อย่างไร นอกจากนี้ นายปิยบุตร ให้ความเห็นว่า นี่เป็นอาการของ “โรคไม่แยแสรัฐธรรมนูญ” และ “โรคไม่รับผิดชอบขาดความเป็นผู้นำ”
หลังจากการอภิปรายเสร็จ นายปิยบุตรได้ตั้งข้อซักถามกับพล.อ.ประยุทธ์ไว้ 4 ข้อคือ
1. นายกรัฐมนตรีได้อ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณจากกระดาษแข็งนั้นหรือไม่ หรืออ่านจากที่เตรียมมาเองใช่หรือไม่ เพราะเหตุใดจึงไม่อ่านจากที่สำนักเลขาฯเตรียมให้
2. หากมีรัฐมนตรีคนหนึ่งลาออก ต้องนำรัฐมนตรีคนใหม่เข้าเฝ้าฯ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวนำด้วยข้อความอย่างไร ถ้อยคำตามมาตรา 161 หรือตามที่เคยกล่าวไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา
3. ถามความเห็น นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ หากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน มีความเห็นอย่างไร ทำได้หรือไม่
4. ถามนายวิษณุว่า ในฐานะที่เข้าร่วมการถวายสัตย์ปฏิญาณหลายครั้ง เคยเห็นนายกรัฐมนตรีคนใดทำแบบ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ มีความเห็นว่าทำได้หรือไม่ตามรัฐธรรมนูญ
ก่อนที่สิ้นสุดการอภิปราย นายปิยบุตรได้ให้ข้อเสนอแนะโดยกล่าวว่า เคยเสนอให้นายกรัฐมนตรีขอถวายสัตย์ฯใหม่ เพื่อชุบชีวิตแก่มติครม.ที่ออกไปแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่กล้าหาญที่จะยอมรับ มาถึงวันนี้ ยืนยันชัดเจนว่าพล.อ.ประยุทธ์กล่าวไม่ครบ ไม่แสดงความรับผิดชอบ จงใจละเมิด เป็นการทำลายความเชื่อมั่นของสมาชิกราษฎร พร้อมกันนี้เสนอให้นายวิษณุ เครืองาม กลับมาเป็นอาจารย์วิษณุคนเดิม ออกมาอยู่ในความยุติธรรม
“ผมไม่ต้องการทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ คนเก่า และ พล.อ.ประยุทธ์ คนใหม่แล้ว ผมไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการถวายสัตย์การปฏิญาณไม่ครบถ้วน ผมขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งครับ”.
