ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุม ปธ.กรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ กำหนดกรอบใช้งบประมาณ สยบข่าวผลาญงบประเทศ

จากกรณีกระแสข่าว ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ โดยมีการแบ่งโควต้า ประธานกรรมาธิการ พรรครัฐบาล 18 คณะและพรรคฝ่ายค้าน 17 คณะ ไปเรียบร้อยแล้วกรรมาธิการแต่ละคณะ ได้มีการ ประชุมกัน โดยเรื่องแรกที่จะดำเนินการคือการใช้จ่ายงบประมาณค้างท่อ ในปีงบประมาณพ.ศ. 2562 ที่คณะกรรมาธิการทุกชุดต้องใช้ให้หมดภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยสัดส่วนงบประมาณที่เหลืออยู่ของคณะกรรมาธิการ รวม 87.5 ล้านบาท แบ่งเป็นคณะ 2.5 ล้านบาท
และกรรมาธิการแต่ละคณะเตรียมแจกจ่ายเงินให้ ส.ส.ที่เป็นกรรมาธิการคนละ 1 แสนบาท ให้นำงบไปใช้ ให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนก.ย.นี้ เพื่อใช้งบประมาณที่เหลือให้หมด จะได้ไม่ต้องส่งเงินคืนคลัง เพราะเกรงว่าหากมีงบประมาณเหลือในปีนี้ ปีหน้าจะถูกตัดงบประมาณจึงต้องใช้ให้หมด เป็นสิ่งที่หน่วยงานราชการทุกหน่วยดำเนินการกันมาตลอด ทำให้ช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณจะมีการจัดสัมมนากันบ่อยครั้งเพื่อใช้งบประมาณให้หมด โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการใช้งบประมาณนั้น
ล่าสุด นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้ ( 17 ก.ย.) 13.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นัดหมายประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ และเลขานุการ กมธ. ทั้ง 35 คณะ หารือร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเห็นและวางกรอบการใช้งบประมาณ ส่วนของกมธ.ฯสามัญประจำสภา ซึ่งต้องเป็นไปตามกรอบการใช้จ่าย ซึ่งมีข้อกำหนดการใช้จ่ายคือ 1.ค่าเบี้ยประชุม 2. ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้กมธ. 3.ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะ 4. ค่าอาหารเลี้ยงรับรองกมธ. 5.ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของกมธ. 6.ค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนาของกมธ. 7.ค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับแขกต่างประเทศของกมธ. 8. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่ภายในประเทศของกมธ. และ 9.ค่าใช้จ่ายเดินทางมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นต่อกมธ.
ทั้งนี้จะไม่มีงบประมาณเพื่อใช้เดินทางดูงานที่ต่างประเทศ สำหรับงบประมาณที่สภาฯตั้งไว้สำหรับกมธ. 35 คณะ ปี 2562. มีจำนวน 90.7 ล้านบาท หรือคณะละ 2 ล้านกว่าบาท และมีเวลาใช้งบประมาณส่วนดังกล่าวประมาณ 10 วันก่อนสิ้นปีงบประมาณ
“ข่าวที่ออกมาว่ากมธ.ผลาญงบประมาณนั้น ไม่จริงและถือเป็นการให้ข่าวที่สร้างความเสียหายให้กับทางสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งที่ข่าวบอกว่างบประมาณที่เหลือจะแจกให้กมธ.คนละแสนบาทนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องใช้จ่ายงบประมาณตามรายการและกรอบที่เสนอ และให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้พิจารณาด้วย ทั้งนี้ที่มีผู้ให้ข่าวแบบนั้น ถือว่าทำลายชื่อเสียงของสภา สำหรับงบประมาณของกมธ.ฯที่ไม่ได้ใช้ ก็ควรส่งคืน หรือ หากใช้แล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ควรส่งคืน” นพ.สุกิจ กล่าว
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“ชูชาติ” จี้ ตร.สอบ “ช่อ” วิจารณ์ รธน.60 “เฮงซวยทุกมาตรา” ผิด ม.112 หรือไม่
