“ปิยบุตร”ชี้ ศาลรธน.ไม่วินิจฉัย สภาฯสามารถตรวจสอบ “บิ๊กตู่”ได้

“ปิยบุตร”ชี้ ศาลรธน.ไม่วินิจฉัย สภาฯสามารถตรวจสอบ “บิ๊กตู่”ได้


“ปิยบุตร” แสดงความเห็นหลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยคำร้องเรื่องปมถวายสัตย์ว่ายิ่งทำให้สภาผู้แทนราษฎรมีความชอบธรรมในการตรวจสอบ “บิ๊กตู่” เพราะเป็นหนทางที่ยังพอเหลืออยู่ในการตรวจสอบรัฐบาลและร่วมกันหาทางออกกับปัญหาดังกล่าว

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องปมถวายสัตย์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ได้ออกมากล่าวว่า ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมของสภาผู้แทนราษฎรที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการอภิปราย โดยได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล” ว่า

ตามหลักกฎหมายมหาชน การกระทำทางรัฐบาล หรือ การกระทำทางการเมือง คือ การกระทำที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการกระทำที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภากับรัฐบาล

การกระทำเหล่านี้อาจหลุดพ้นไปจากการตรวจสอบทางกฎหมายโดยองค์กรตุลาการ ทั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันมิให้องค์กรตุลาการหรือศาลได้เข้ามาตัดสินชี้ขาดประเด็นทางการเมืองหรือทางนโยบาย จนเกิดสภาพ “การปกครองโดยผู้พิพากษา” เว้นแต่ รัฐธรรมนูญกำหนดให้อำนาจการตรวจสอบการกระทำทางการเมืองเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ

แล้วการกระทำทางรัฐบาลหรือการกระทำทางการเมืองจะถูกตรวจสอบโดยกลไกใด?

เพื่อให้เป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจและการตรวจสอบถ่วงดุล จึงต้องมีการตรวจสอบทางการเมืองแทนการตรวจสอบทางกฎหมาย นั่นก็คือ สภาผู้แทนราษฎรต้องมีอำนาจในการตรวจสอบทางการเมืองต่อการกระทำทางรัฐบาลและการกระทำทางการเมืองทั้งหลาย

กรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ด้วยถ้อยคำที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 โดยให้เหตุผลว่า การถวายสัตย์ฯเป็น “การกระทำทางการเมือง” หรือ “การกระทำทางรัฐบาล” จึงไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบองค์กรใด

เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ยิ่งทำให้สภาผู้แทนราษฎรมีความชอบธรรมอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลในทางการเมือง โดยผ่านกลไกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ตลอดจนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่ง

การอภิปรายในญัตติตามมาตรา 152 ในวันที่ 18 กันยายนนี้ จึงเป็นหนทางที่ยังพอเหลืออยู่ในการตรวจสอบทางการเมืองและหาทางออกร่วมกันต่อกรณีนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ

การอภิปรายในญัตติมาตรา 152 ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางในการช่วยกันขจัดปัญหาข้อสงสัยว่าคณะรัฐมนตรีเข้ารับหน้าที่โดยสมบูรณ์หรือไม่ แต่ยังเป็นไปเพื่อรักษาความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญอีกด้วย

นี่คือภารกิจของ “ผู้แทน” ของประชาชนซึ่งเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
มติเอกฉันท์ ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง ปมนายกฯ ถวายสัตย์ไม่ครบ

“สมชาย”เตือนสติฝ่ายค้าน “หยุดอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ” ย้ำศาลตัดสินแล้ว