“สมคิด” ชี้แก้เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องแก้ทั้งโครงสร้าง ปัญหาหลักคือเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ราคาผลผลิตการเกษตร ที่อยู่ในระดับต่ำ ไม่มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการปฏิรูปการศึกษา
วานนี้ (25 ก.ค.62) เวลา 21.50 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองเคยอยู่ในการเมืองสมัยรัฐบาลก่อนหน้านี้ อยู่กับพรรคไทยรักไทย ร่วมกับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ การบริหารเศรษฐกิจของประเทศไม่ใช่ของง่าย ปัญหาเมืองไทยมากกว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง หากไม่เปลี่ยนแปลง โอกาสที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ไม่ง่าย สมัยนั้นใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปี ฟื้นฟูวิกฤตต้มยำกุ้ง รัฐบาลมีความประสงค์จะปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ แต่หาโอกาสในการขับเคลื่อนได้ยาก เพราะต้องมีนโยบายระยะยาว
“ระบบการเมืองไทยที่เป็นรัฐสภาที่ผ่านมา แป๊ปเดียวก็เลือกตั้งใหม่ แป๊ปเดียวรัฐบาลก็ล่ม นโยบายส่วนใหญ่ออกมาในระยะสั้น เพื่อเรียกร้องคะแนนนิยม ใน 6 ปีที่เสียไป ทำได้อย่างเก่งฟื้นฟูประเทศจากต้มยำกุ้ง เคยความคิดที่จะลงทุนเมกะโปรเจ็ก แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง” นายสมคิดระบุ

นายสมคิด ยังกล่าวว่า ความโชคร้ายองประเทศไทย ต้องเผชิญหน้ากับน้ำท่วมใหญ่ หลังจากนั้นเพียง 1 ปี จีดีพีขึ้นเป็น 7.2 % จากนั้นลงมาเหลือ 2.7 % และ 1 % ส่วนไตรมาส 1 ปี 2557 ติดลบ 0.4 % ก่อน คสช.เข้ามา เงินเฟ้อต่ำกว่าศูนย์ ตอนนั้นความมั่นใจต่อเศรษฐกิจไทยไม่มีความมั่นใจเหลือ นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงมาเมืองไทย เพราะไม่ปลอดภัย
ท่านบอกว่า 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรเลย เละเทะ ผมไม่โต้เถียงท่านครับ ตอนที่เข้ามาผมประกาศกับทีมเศรษฐกิจว่ามี 2 อย่างที่ต้องทำ คือ จะให้ติดลบไม่ได้ เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ, กองทุนหมู่บ้านคนไทยเป็นเจ้าของ, ไม่เลิกโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค แต่พัฒนาให้ดีขึ้น, โครงการรับจำนำข้าว เลิกแน่ แรก ๆ ใช้ได้ แต่หลัง ๆ มันเพี้ยน ข้าวเต็มโกดัง 17 ล้านตัน กดดันราคาข้าวตกต่ำทั่วโลก รวมทั้งไทย
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จีนกับสหรัฐฯ มีปัญหากัน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างไทยก็มีปัญหาเพราะเรามีสินค้าอยู่ไม่กี่อย่าง กินแค่การรับจ้างผลิต สินค้าเกษตรไม่เคยยกระดับ นี่คือสิ่งที่ต้องปฏิรูปร่วมกัน
เรากินบุญเก่าประเทศมา 30 ปี ตั้งแต่สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี แหลมฉบัง มาบตาพุด ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย หากไม่สร้างสิ่งใหม่จะจูงใจนักลงทุนได้อย่างไร เรามีอะไรดีกว่าเวียดนาม เมียนมา ค่าแรงก็แพงกว่าเขา เทคโนโลยีก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ซ้ำร้ายในอนาคตเทคโนโลยี พฤติกรรมคน การค้าเปลี่ยนแปลง หากเราไม่เปลี่ยนตามสิ่งเหล่านี้ให้ทัน คิดว่าเราจะอยู่ได้ไหม
รัฐบาลพยายามวางรากฐานเพื่อเปลี่ยนแปลง ข้อแรกคือความเหลื่อมล้ำ สินค้าเกษตรทั่วโลกตกต่ำ โดยเฉพาะข้าว มีแรงกดดันจากข้าวในสต็อกมหาศาล ไม่โทษว่าใครทำอะไรไว้ เพราะใครทำอะไรไว้ก็เป็นเรื่องของกรรมแต่ละคน
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การจำนำยุ้งฉาง ทุกองค์กรต่างทุ่มเทไปที่คนจนทั้งสิ้น แต่ราคาแค่นั้นไม่เพียงพอ ที่มีข่าวชาวนาฆ่าตัวตายทุกคนเสียใจหมด แต่โครงสร้างทุกระบบไม่เอื้ออำนวยเขาเลย ทำไมต่างประเทศแปรรูป ค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ซได้
สิ่งที่เรากล้าทำ คือ ระบบพร้อมเพย์ ที่มีข้อดีคือ ลดต้นทุนทรานเฟอร์เงินปีละเป็นหมื่นล้านบาท ไปถึงมือชาวบ้านได้ ร้านค้ารายย่อยได้ สวัสดิการประชารัฐมาพร้อมกับพร้อมเพย์ ท่านบอกว่า เอื้อคนรวย ผมเรียนตรง ๆ พวกเราหลายคนเติบโตมาจากครอบครัวที่จน รู้ว่าแย่อย่างไร รายได้ 3 หมื่นบาทต่อปีอยู่กันได้อย่างไรทั้งครัวเรือน ต้องการให้ชาวนาเกษตรกรซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น
พยายามจูงใจให้ร้านค้าย่อยมีเครื่องรูดการ์ด จนกระทั่งให้เงินเพิ่มเติมช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้มีเจตนาแจกเงิน แต่เขาเหล่านั้นมีเงินเพียงปีละ 3 หมื่นบาทเท่านั้นเอง เราต้องการประทังชีวิตเขาให้ได้ เป็นมาตรการระยะสั้นทั้งนั้น
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า การส่งออกพยายามหาตลาดใหม่ สินค้าของไทยต้องแข่งขันได้ มีมูลค่าสู้ได้ แต่ถ้ามีอุตสาหกรรมเดิม 4 – 5 ตัว ยานยนต์ทั้งประเทศไปได้เลย สินค้าเกษตรที่แปรรูปนี่คือหัวใจ รวมทั้งประกาศอุตสาหกรรมใหม่ ท่องเที่ยวเมืองรองเพื่อแก้ปัญหายากจน ให้ชุมชนเข้มแข็ง
ไทยเป็นประธานอาเซียน ทุกคนบอกว่าเราคือเพชรของอาเซียน ตอนที่ไทยมีปัญหา 6-7 ปีที่แล้ว ฮุนเซนห่วงเมืองไทยมาก เพราะถ้ามีปัญหาจะทำเกิดปัญหาใหญ่ในอาเซียน
ตลอดเวลา 5 ปีที่เราทำงาน ทำให้ดัชนีทางเศรษฐกิจที่สากลให้การยอมรับไต่ระดับขึ้นจากก่อนหน้านี้ การสร้างความยอมรับตรงนี้ นำมาซึ่งความสนใจของนักลงทุนในต่างประเทศ ตัวเลขการขอการลงทุนจากบีโอไอขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญ
ถ้าบอกว่าไม่ดีอีก ทำไมธนาคารโลกถึงออกรีพอร์ตเดือนเมษายน ยกย่องไทยเป็นตัวอย่างพัฒนาประเทศจากด้อยพัฒนามาถึงระดับนี้ แต่เตือนว่าต้องปฏิรูปการศึกษา คน ที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
แถลงนโยบาย สภาฯนัดแรก สุดเดือด “บิ๊กตู่ ประกาศตัดพี่ตัดน้อง “เสรีพิศุทธ์”
