เปิดเผยที่มาเงินรายได้ค่าเข้าของอุทยานแห่งชาติชื่อดัง “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” เคล็ดลับเก็บค่าเข้าชม ยอดสูงถึงระดับพันล้านบาท
ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำเสนอข้อมูลน่าสนใจ เผยเคล็ดลับที่มาเงินรายได้ค่าเข้าของอุทยานแห่งชาติชื่อดัง “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” ที่ทำยอดได้เกินเป้า สูงถึงระดับพันล้านบาท
นายวุฒิชัย ประทุมทอง พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา (อดีตเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี) เปิดเผยว่า การมีเงินรายได้การเก็บค่าเข้าอุทยานฯ เพิ่มขึ้นเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การมีเจ้าหน้าที่มากขึ้น รวมถึงการเก็บค่าเข้าอุทยานฯ อย่างเข้มงวด
การมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเกิดจากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ช่วยกันเก็บขยะชายหาดการลดการใช้พลาสติกเพื่อลดขยะเกลื่อนกลาดรวมถึงการที่มีเจ้าหน้าที่มากขึ้นก็เพื่อให้ช่วยกันดูแลสิ่งอำนวยและความสะดวกสบาย ด้านการเก็บค่าเข้าอุทยานอย่างเข้มงวด
นายวุฒิชัย เล่าว่าเคล็ดลับของการจัดเก็บรายได้ที่สำคัญมาก คือ ความเข้มงวดในการจัดเก็บ ต้องลงไปตรวจเรือท่องเที่ยวที่เป็นประจำ มีการนำเรือไปลาดตระเวนตามจุดต่างๆ หากเรือลำไหนไม่จ่ายค่าเข้าหรือจ่ายไม่ครบก็จำเป็นต้องเก็บตามหน้าที่ทันที
“ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ได้เที่ยว เรายึดหลักการนี้ ต้องตรวจเข้มทุกวัน เช็กทุกวันเราทำตามหน้าที่ ทำตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งมา หากนักท่องเที่ยวไม่เข้าใจก็จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยแปลหรือเราขอให้ไกด์ที่นำเที่ยวช่วยแปลให้เขาทราบ อธิบายให้เข้าใจ”

การทำความเข้าใจกับบริษัทท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งสำคัญ นายวุฒิชัย ย้ำว่า หากมีบริษัทไหนไม่ให้ความร่วมมือในการชำระค่าธรรมเนียมก็จะมีสายตรงเข้าไปคุยทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน โทรศัพท์เข้าไปคุยกับบริษัทโดยตรงว่าจ่ายค่าธรรมเนียมหรือยัง บางทีเรือลำไหนเข้ามาแต่ยังไม่ได้จ่ายก็เก็บตรงนั้นเลยและให้ตั๋วไว้เป็นหลักฐานว่าจ่ายแล้ว สามารถเที่ยวได้ภายใน 1 วัน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการก็เข้าใจดี
“นอกจากนี้ยังต้องมีความโปร่งใส การเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ รายได้ที่เข้ามาจะขึ้นป้ายบอกให้ผู้ประกอบการทราบว่าแต่ละเดือนเก็บได้เท่าไรหรือถ่ายรูปส่งให้เขาดูเลยว่ามียอดเข้ามาในเดือนนั้นๆ อย่างชัดเจน เหตุใดจึงต้องทำขนาดนี้ เพื่อให้เขารู้ว่าเราเก็บเงินไปทำอะไรบ้างไม่มีหมกเม็ดใดๆ” นายวุฒิชัย กล่าว
ทั้งนี้ รายได้จากการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานฯ จะกลับคืนสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ภายในอุทยานฯ ไม่ว่าจะเป็นการทำทุ่นเล่นน้ำ การทำทุ่นจอดเรือ การดูแลความสะอาดของสถานที่ เพราะถ้าการดูแลทรัพยากรต่างๆ เพียบพร้อมแล้วสร้างความประทับใจแล้ว การอยากกลับมาเที่ยวอีกครั้งย่อมตามมาไม่สิ้นสุดนั่นเอง
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
คู่รักออสซี่ป่วย 2 ปี อ้างเพราะกิน “ผัดไทย” โอดทรมานราวตกนรก
