ผ่านมา 4 ชั่วโมงแล้ว ที่ประชุมยังไม่สามารถลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคแนวร่วมสลับกันลุกขึ้นอภิปรายทักท้วงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ก็สลับกันลุกขึ้นปกป้องแคนดิเดตนายกฯ ของตนเอง
วันนี้ (5 มิ.ย.62) เมื่อเวลา 11.00 น. การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในการประชุม มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 โดยมีสมาชิกรัฐสภา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง จำนวน 728 คนจากสมาชิกที่มีทั้งหมด 749 คน

ทั้งนี้ สมาชิกรัฐสภา ได้เสนอ 2 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จาก 2 ขั้วการเมืองต่อที่ประชุมโดย นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่สมาชิกทั้งสองฝ่ายจะยกมือให้การรับรอง

ล่าสุด ผ่านไป 4 ชั่วโมงแล้ว กระบวนการยังไม่สามารถเดินหน้าไปได้มากนัก เนื่องจาก ส.ส. พรรคเพื่อไทยและพรรคแนวร่วมหลายคน ลุกขึ้นอภิปรายเรียกร้องให้ 2 แคนดิเดต ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม พร้อมขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามหยิบยกประเด็นสถานะการเป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงประเด็น “คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี” และ “นายกรัฐมนตรี” ที่อาจขัดมาตรา 160 (5) ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 5 (1) แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ระบุว่า ต้องยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำรัฐประหาร จึงถูกตั้งคำถามว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่

ขณะที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลายคนลุกขึ้นแย้ง เพราะเห็นว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีหลายคนก็ไม่เคยต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม
ต่อมา นายธนาธร ได้ลงมาแสดงวิสัยทัศน์ต่อสื่อมวลชน ยืนยันพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งการเข้าไปแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ตลอดจนโครงสร้างการผูกขาดของระบบราชการ
อย่างไรก็ตาม สำหรับการอภิปรายของสมาชิกครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ประธานได้เปิดให้อภิปรายอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา ทำให้มีการคาดการณ์ว่า เวลานั้นอาจจะล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนของวันนี้ และหากไม่สามารถลงมติได้ทัน อาจจะเลื่อนไปในวันพรุ่งนี้แทน
