“ธนาธร” พร้อมเป็นนายกฯแห่งความจริง

“ธนาธร” พร้อมเป็นนายกฯแห่งความจริง


“ธนาธร”แสดงวิสัยทัศน์นอกสภาอาสาเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า นำพาประเทศไปสู่แนวหน้าของสังคมโลก

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาแถลงข่าวหลังจากไม่ได้มีเข้าไปแสดงวิสัยทัศน์ ตามที่ทางพรรคได้ถอนมติการแสดงวิสัยทัศน์ออกจากสภา โดยธนาธรกล่าวว่า พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งการเปลี่ยนแปลงและนำพาประเทศไปข้างหน้า

 

 

นายธนาธรได้แสดงวิสัยทัศน์ออกเป็นประเด็นต่างๆ ออกเป็น 3 ประการ ประกอบด้วย ประการแรกที่นายธนาธรเสนอตนเองต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง โดยกล่าวว่าในช่วงที่ไปหาเสียงได้เห็นถึงปัญหาของประชาชนที่ยังยากจนและมีความเหลื่อมล้ำอยู่สูง มีชีวิตที่ลำบาก คนจำนวนมากไม่ได้รับความเป็นทำเกิดช่องว่างระหว่างคนไทยด้วยกัน ทั้งที่วัดได้ด้วยตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินโอกาสในการเรียนต่อ โอกาสในการได้งานดีๆ โดยไม่ต้องมีเส้นสาย มีแต่จะขยายตัวห่างกันออกไปเพื่อจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เราจำเป็นต้องมองประเทศไทยที่เรารัก ด้วยสายตาแห่งความเป็นจริงเสียก่อนจีดีพีไม่ได้สะท้อนการเติบโตอย่างแท้จริง งบประมาณแผ่นดินไม่ได้ใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพช่องว่างระหว่างคนไทยทั้งที่วัดได้ในเชิงตัวเลขและวัดไม่ได้เชิงคุณภาพห่างออกไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด แต่ในขณะที่เศรษฐกิจ การเมือง สังคมมีความเกี่ยวเนื่องกัน ต้องแก้ไขทุกปัญหาไปพร้อมๆ กัน การส่งออกและท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบก็เกิดจากปัญหาของเศรษฐกิจโลก ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแต่เพียงแค่ผู้ส่งออก หรือผู้ทำธุรกิจท่องเที่ยวแต่กระทบไปทั่วไปยังทุกกลุ่มของสังคม ในฐานะที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องวางตำแหน่งประเทศให้เหมาะสมกับโลกที่เปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องขี่คลื่นโลกาภิวัฒน์เพื่อใช้คลื่นโลกาภิวัฒน์อย่างเต็มที่

—————————ปล่อยคลิป——————————

ประการที่สองจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งการเปลี่ยนแปลง ต้องกล้าเผชิญปัญหาที่ต้นต่อ ต้องกล้า และกล้าผ่าตัดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคิดอย่างเป็นระบบและทำงานเป็นทีม ประเทศไทยผ่านวิกฤตมามากมาย ทุกครั้งพวกเราคนไทยมักร่วมแรงร่วมใจกันในการฝ่าฟัน แต่สิ่งที่เผชิญอยู่ไม่ใช่สงครามรบ แต่เป็นสถานการณ์ที่เป็นกบที่ถูกต้มกว่าจะรู้ว่าเปลี่ยนแปลงก็สาย การลงทุนในประเทศอ่อนกำลังแรง บริษัทใหญ่เข้มแข็งแต่บริษัทขนาดเล็กอ่อนแอ ความสามารถในการจ่ายของคนในครัวเรือนน้อยลง ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงให้เร็วก็สาย สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำภายใต้ผู้นำคนเดียว เพราะเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์อย่างแน่นแฟ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทางออกที่ชัดเจนต้องเผชิญหน้ากับโครงสร้างและคนกลุ่มใหญ่ เราต้องการผู้นำที่มีเจตจำนงที่แน่วแน่ในการแก้ไข้สิ่งเหล่านี้ เราต้องกล้าเป็นปากของประชาชนและชนกับความไม่เป็นธรรม กล้าชนกับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมอย่างตรงไปตรงมา ผู้นำที่ดีนำเทคโนโลยีและสิ่งลองผิดลองถูกจากต่างประเทศมาใช้และปรับเข้ากับประเทศไทย

ประการสุดท้ายจะนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า เป็นภารกิจของสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นไปไกลกว่าไทยมากแล้ว เกาหลีไปไกลกว่าไทยแล้ว และเรากำลังจะเห็นเวียดนามก้าวนำไทย ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา จะเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างไร คนไทยไม่พอใจกับสถานะที่เป็นอยู่ ประเทศไทยคนจะอยู่ในสถานะโลกที่ 1 ได้อย่างไร เรามีทรัพยากรที่มากพอ การพัฒนาของเราไปสู่สถานะโลกที่ 1 ได้และสามารถรักษาอัตตลักษณ์ของเรา ไทยต้องการเป็นสากล ต้องการให้คนไทยเท่ากัน และเท่าทันโลก

นายธนาธรกล่าวว่า “ภารกิจของนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ที่จะยืนยันสิทธิโอกาส ความเท่าเทียมของคนไทย เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย ไม่ว่าจะเกิดมาจากจุดไหน การขจัดความเหลื่อมล้ำ คือการยืนยันเรื่องโอกาส อีกด้านหนึ่งก็ต้องยกมาตรฐานของไทยให้เท่ากับมาตรฐานของโลก”

“ถ้าคนรุ่นเราส่งต่อประเทศไทยให้ทุกคนมีเสรีภาพ ไม่มีรัฐประหารอีก ส่งต่อประเทศไทยที่อยู่ในโลกที 1 เป็นนายกรัฐมนตรีที่พร้อมนำประเทศ ด้วยการยืนยันหลักการในหนักแน่นในการเป็นประชาธิปไตย ผ่านกลไกรัฐสภายึดโยงประชาชน ยึดมั่นกลไกรัฐสภาอย่างถึงที่สุด ยึดมั่นนิติรัฐ มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ขอยืนยันว่าการรัฐประหารมีแต่ทางไปสู่ทางตัน ต้องสร้างให้ส.ส.เป็นตัวแทนของประชาชน รัฐสภาเป็นที่ถกเถียงปัญหาประชาชน ทำให้รัฐสภาได้รับความศรัทธาของประชาชน ผมพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริงเปลี่ยนแปลง พาประเทศไทยไปข้างหน้า”นายธนาธรกล่าว