“เสรี” ยันชัด รัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ได้ครบเทอม

“เสรี” ยันชัด รัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ได้ครบเทอม


“เสรี” ชี้ รัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ครบ 4 ปีได้ แจงหากไม่มีโกงกิน ทำงานมีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เสียง ส.ส.คอยคุ้มครอง ชี้กฎหมาย 400-500 ฉบับที่ออกมาในรัฐบาลนี้เพียงพอกับการบริหารประเทศแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวแสดงความคิดเห็น ต่อแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยระบุว่า

รัฐบาลที่มี ส.ส.เสียงข้างน้อยสนับสนุน จะอยู่ได้หรือไม่ ?
มันคงเป็นความเคยชินที่เข้าใจและเชื่อกันมาโดยตลอดว่า รัฐบาลจะมีเสถียรภาพได้ จะต้องมีคะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เพราะจะต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

และรัฐบาลเองก็จะต้องมี ส.ส.เกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภาฯ คอยปกป้องคุ้มครองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี เมื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการทุจริต คอรัปชั่น ทำผิดกฎหมาย หรือ ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
จึงจำเป็นต้องมีเสียงของ ส.ส.จำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งสนับสนุนในฝ่ายรัฐบาล เพื่อเป็นการคุ้มครองรัฐบาลให้อยู่รอดปลอดภัย ทั้งๆที่มีการทุจริต คอรัปชั่นอย่างเห็นๆ แต่ด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรปกป้อง จึงลงมติไว้วางใจทั้งๆที่ขัดสายตาประชาชน อันทำให้รัฐบาลที่โกงกินอยู่ต่อไปได้ หรือเรียกแบบเพราะพริ้งว่า ทำให้รัฐบาล “มีเสถียรภาพ”

จึงเป็นได้ว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 ในปัจจุบัน ได้บัญญัติให้การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นั้นใช้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา (คือ ส.ส.และส.ว.รวมกัน) คือต้องให้ได้เสียงไม่น้อยกว่า 376 เสียง ซึ่งในเสียงของ ส.ส. อาจไม่ถึงจำนวน 250 เสียงก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เท่ากับเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร

การที่รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนไม่ถึงกึ่งหนึ่งนั้น ก็มิได้หมายความว่าจะทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ

ซึ่งหากรัฐบาลไม่ทุจริตคอรัปชั่น ไม่โกงกิน ทำงานอย่างเต็มที่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้เสียง ส.ส.เกินกว่ากึ่งหนึ่งมาคอยปกป้องคุ้มครอง

ดังนั้น หากใช้เสียง ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรในการโหวตแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ก็จะใช้เสียงเพียง 126 เสียงขึ้นไปเมื่อรวมเสียงของ ส.ว. จำนวน 250 เสียง รวมแล้วไม่น้อยกว่า 376 เสียง ก็สามารถโหวดเลือกนายกรัฐมนตรีได้

เท่ากับว่า การจัดตั้งรัฐบาลนี้ มีเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุน ก็ยังสามารถตั้งรัฐบาลได้ อันเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่หากรัฐบาลมีเสียงในสภาจำนวนน้อยก็ยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

ส่วนเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้ว รัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ก็คงขึ้นอยู่กับตัวรัฐบาลเองที่จะต้องไม่ทุจริตคอรัปชั่น หรือไม่ไปทำอะไรที่ผิด ๆ ต่อกฎหมาย และยังต้องขยันทำงานให้หนักขึ้นก็จะไม่มีใครมาเล่นงานรัฐบาลได้

ส่วนมีคนห่วงว่าในการออกกฎหมายต่างๆ หาก ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็เกรงว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้และจะต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้น

ที่ผ่านมารัฐบาลปัจจุบันที่ได้เสนอให้ สนช.ผ่านกฎหมายออกมาใช้ 400-500 ฉบับ ก็เป็นการมากมายเพียงพอแก่การนำมาบริหารประเทศได้
แต่หากฝ่าย ส.ส.ไม่เห็นด้วย รัฐบาลก็สามารถออกเป็นพระราชกำหนดออกมาใช้ได้ การที่ ส.ส.ไม่สนับสนุนหรือไม่ร่วมมือในการไม่ออกกฎหมายนั้น ก็ไม่ถึงขนาดทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้…

ขณะเดียวกันนาย เสรี ยังแสดงความคิดเห็นอีกว่า หากนายกรัฐมนตรี ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่หาก ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนมากกว่ากลั่นแกล้งมีมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ก็จะต้องมีกระบวนการให้ได้นายกรัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำหน้าที่… นายกคนเดิมที่ถูกกลั่นแกล้วนั้นก็มีสิทธิได้รับการพิจารณาจากสมาชิกรัฐสภาให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีก และสมาชิกวุฒิสภาก็มีสิทธิในการลงคะแนนโหวตเลือกให้นายกรัฐมนตรีคนเดิมที่ไม่ได้ทำอะไรผิดดังกล่าวกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกได้…
โดยสรุปแล้ว ประเทศย่อมมีทางออก แต่เมื่อจำเป็นจะต้องตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ต้องทำ ซึ่งผมเชื่อว่า ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน 2560 สามารถทำให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ได้