ครม. เห็นชอบ ร่างสัญญาร่วมลงทุน เชื่อม 3 สนามบิน กับ กลุ่ม ซีพีเอช ตาม สกพอ.เสนอ โดย รฟท.จะจ่ายเงินให้กับเอกชนผู้ร่วมลงทุน 1.49 แสนล้านบาท โดยทยอยลงทุนรวม 10 ปีละประมาณ 1.49 หมื่นล้านบาท โดยสัญญาร่วมการลงทุนมีระยะเวลา 50 ปี คาดรัฐได้ผลตอบแทนกว่า 3 แสนล้าน
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (28 พ.ค.) มีมติเห็นชอบร่างสัญญาให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐโครงการรถไฟความเร็วสูงเขื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เสนอ
หลังจากนี้ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการลงนามในสัญญากับนิติบุคคล กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพีเอช) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลได้ โดย รฟท.จะจ่ายเงินให้กับเอกชนผู้ร่วมลงทุน 1.49 แสนล้านบาท โดยทยอยลงทุนรวม 10 ปีละประมาณ 1.49 หมื่นล้านบาท ตามที่ได้ตกลงกับภาคเอกชน
โดยสัญญาร่วมการลงทุนมีระยะเวลา 50 ปี จากนั้นโครงการจะกลับคืนเป็นสิทธิ์ของรัฐ คาดว่ารัฐบาลจะได้ผลตอบแทนรวมกว่า 3 แสนล้านบาท
“การเห็นชอบให้ รฟท. ร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินกับเอกชนที่ได้รับคัดเลือกตามที่ กพอ. ได้เห็นชอบไว้ เพื่อให้เป็นการปฏิบัติตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 และ เห็นชอบให้สำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 ได้มีมติอนุมัติ “นายณัฐพรกล่าว
สำหรับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวจะอยู่ในลักษณะการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณ สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป ตามนัยมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และอนุมัติให้ รฟท. ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันเกินกว่า หรือ นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายได้ ตามนัยมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 สำหรับดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินมีวงเงินรวมที่ 149,650 ล้านบาท
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เกาหลีรวบ 4 สาวไทยคาสนามบิน หลังผ่าน ตม.
