พปชร. – ปชป. เผยผลเจรจา ร่วมรัฐบาลมีข้อสรุปที่ดี สามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะนโยบายคล้ายกัน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องผลักดันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายค้านด้วย
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือจัดตั้งรัฐบาล โดยนายอุตตม กล่าวว่า ได้พูดคุยกันถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในฐานะรัฐบาล โดยร่วมถือว่ามีข้อสรุปที่ดี ที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนเรื่องของรายละเอียดทั้งสองฝ่ายต้องเดินหน้าทำงานด้วยกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไปหารือภายในพรรค ส่วนพรรคพลังประชารัฐก็มีงานที่ต้องทำเช่นเดียวกัน
“โดยภาพรวมนโยบายของทั้งสองพรรค เมื่อนำมาเทียบกันก็เห็นได้ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรียังมีเวลาพูดคุยกันในรายละเอียด แต่สิ่งสำคัญ คือ วันนี้เป็นจุดตั้งต้นที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การหารือร่วมกันต่อไป” นายอุตตม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าทั้งสองฝ่ายเห็นว่ามีเรื่องใดบ้างเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที นายอุตตม กล่าวว่า เป็นการมาพูดถึงแค่หลักการ แต่จะผลักดันก็ต้องทำในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และต้องขอเสียงสนับสนุนจากนิติบัญญัติ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดถึงประเด็นที่จะต้องแก้ไข
ขณะที่นายเฉลิมชัย กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ต้องใช้เสียงส.ส.ฝ่ายค้านเข้ามาด้วย ดังนั้นทั้งสองพรรคจะมาสรุปเองฝ่ายเดียวไม่ได้ และต้องใช้เวลาพูดคุยกัน วันนี้เราคุยกันแค่ในแง่ของหลักการการทำงานร่วมกัน ว่ามีประเด็นใดบ้างที่เราสามารถทำงานด้วยกันได้ ซึ่งตนได้นำเสนอเรื่องนโยบายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเบื้องต้นพวกเราเห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งที่เป็นปัญหาจะถูกนำมาพิจารณาร่วมกันในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะหากจะแก้ไขก็ต้องทำในพรรคร่วมรัฐบาล หากมีโอกาสร่วมรัฐบาลกัน ส่วนประเด็นอื่นๆ จะนำไปพิจารณากันต่อไปในวันข้างหน้า
นายเฉลิมชัย ยังกล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าแนวโน้มการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี และคงจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เพราะวันนี้คุยกันเฉพาะเรื่องหลักการอย่างเดียว ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์จะให้คำตอบอย่างเป็นทางการกับพรรคพลังประชารัฐนั้นก็มีขั้นตอนที่ต้องทำ เราจะไม่รวบรัดทันที แต่จะไม่ช้าแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพ การจะตัดสินใจเรื่องนี้ต้องตอบสมาชิกและทุกคนได้ว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลเป็นเพราะอะไร หรือถ้าไม่ไปร่วมเป็นเพราะอะไร จึงขอให้ทุกคนอดใจรออีกนิด ปัญหาของประเทศในวันนี้ถ้าเราคิดว่าจะมาช่วยแก้ไข เราก็ต้องมาคุยกันอะไรที่สามารถแก้ไขร่วมกันได้ และได้ทำผมคิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่สำคัญกว่าใครช่วยใคร
