เมืองในฝรั่งเศสเตรียมแจก “ไวอากรา” โด๊ปคู่รัก เพิ่มจำนวนประชากร

เมืองในฝรั่งเศสเตรียมแจก “ไวอากรา” โด๊ปคู่รัก เพิ่มจำนวนประชากร

นายกเทศมนตรีชุมชน Montereau ในฝรั่งเศส วางแผนแจก “ไวอากรา” ให้กับคู่รัก เพื่อกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ หวังเพิ่มจำนวนประชากรในชุมชน

สื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่า ชุมชน Montereau ภูมิภาค Île-de-France ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ที่มีจำนวนประชากรแค่ประมาณ 650 คน โดยนายกเทศมนตรีของเมือง ได้วางแผนเพิ่มประชากรในชุมชน ด้วยการแจก “ไวอากรา” หรือยากระตุ้นสมรรถภาพทางเพศให้กับคู่รัก

“ชุมชนที่ไม่มีเด็กๆ คือชุมชนที่ตายไปแล้ว” Jean Debouzy นายกเทศมนตรีกล่าว

ด้วยอัตราการเกิดที่ต่ำลง ทำให้โรงเรียนในชุมชนนี้ 2 แห่งขาดแคลนนักเรียน และเสี่ยงต่อการถูกสั่งปิดในอนาคต จึงได้มีการแจกยากระตุ้นให้คนมีลูกมากขึ้น โดย Debouzy ยอมรับว่าเป้าหมายของเขาในการประกาศแจกไวอากรา ส่วนหนึ่งคือต้องการสร้างกระแสข่าว ด้วยความหวังว่าจะมีเงินทุนเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาโรงเรียนในชุมชนเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ในประเทศฝรั่งเศส ไวอากราจัดเป็นยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์เท่านั้น นายกเทศมนตรีจึงบอกว่าเขายังไม่ได้เตรียมยาสำหรับการแจกจ่าย โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาท้องถิ่นก่อน ซึ่งถ้าหากนโยบายนี้ผ่าน ยาชนิดนี้จะถูกแจกให้กับคู่รักอายุระหว่าง 18 ถึง 40 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชน Montereau หรือคู่รักที่เพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่

ทั้งนี้ ซิลเดนาฟิลซิเตรต (Sildenafil citrate) ซึ่งมักรู้จักในรูปแบบของยาไวอากรา (Viagra) และชื่อการค้าอื่นอีกหลายชื่อ เป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้รักษาปัญหาการแข็งตัวขององคชาต และภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง

ยาชนิดนี้คิดค้นได้โดยบังเอิญ จากที่นักวิจัยได้ทดลองตัวยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจและหลอดเลือดตีบได้สังเกตเห็นว่าตัวยาที่กำลังทดลองให้ผลที่น่าสนใจ เพราะทำให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศชายขยายตัว ทั้งยังออกฤทธิ์ควบคุมการกักเลือดให้คั่งอยู่ที่อวัยวะเพศชายได้ในระยะหนึ่ง

นักวิจัยจึงได้ทดลองซ้ำจนกระทั่งแน่ใจว่าตัวยาไม่เป็นอันตรายหรือมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง จึงดำเนินการจดสิทธิบัตรและพัฒนาเป็นตัวยาออกจำหน่าย เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2541 โดยบริษัทไฟเซอร์ ในฐานะยาบรรเทาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และเป็น “ยากิน” ตัวแรกของโลกที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว

ข้อมูล : catdumb, voicetv

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
สตาร์บักส์ในจีนเปิด “คาเฟ่แห่งความเงียบ” หนุนความเท่าเทียมในการทำงาน